ม่มีเงาร่างของศิษย์แห่งยอดเขาเทียนจี๋แม้แต่คนเดียว
“ข้าเพียงทำตามคำสั่งของท่านอาจารย์เท่านั้น ข้าจะทิ้งยันต์ส่งสัญญาณไว้ หากต้องการอะไร ขอเพียงส่งมาให้ข้า ข้าจะรีบมาจัดการให้ทันที”คนคลี่ยิ้มเล็กน้อย แล้วพาเซียวฮั่นไปยังสวนไผ่ม่วง เพียงเท่านี้ภารกิจของไป่หลี่หยุนเฟิงจึงนับว่าเสร็จสิ้นแล้วเซียวฮั่นพักอาศัยอยู่ที่นี่ อีกด้านหนึ่งผู้เฒ่าเทียนจี๋ก็มาหาเจ้าสำนักแห่งหอเทียนจี๋ เจ้าสำนักแห่งหอเทียนจี๋ผู้นี้มีนามว่าเทียนอู๋เลี่ยง มีสมญานามคือราชันอู๋เลี่ยง เป็นรุ่นเหลนของบรรพบุรุษแห่งหอเทียนจี๋ฝึกตนอยู่ขั้นนักรบแห่งโลกระดับที่สาม“เรื่องนี้เกรงว่าคงต้องไปปรึกษากับเหล่าผู้อาวุโสและผู้อาวุโสสูงส่งอีกสองท่านเสียก่อน!”หลังจากได้ฟังเรื่องราวจากผู้เฒ่าเทียนจี๋ ตอนนี้ราชันอู๋เลี่ยงจึงเอ่ยไตร่ตรองอย่างเนิบช้าเพราะการตัดสินใจเช่นนี้สำหรับหอเทียนจี๋แล้ว เป็นเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่ง ไม่มีผู้ใดรู้เช่นกันว่าเซียวฮั่นจะเสนอเงื่อนไขเช่นใดออกมาแน่นอนว่าข้อดีนั้นเห็นได้ชัดว่าเยอะมาก ค่ายกลปกป้องสำนักมีความหมายโดยนัยว่าอันใด ราชันอู๋เลี่ยงย่อมรู้ชัดเจนกว่าผู้ใด
แต่เรื่องใหญ่เช่นนี้ ใช่ว่าเจ้าสำนักและผู้อาวุโสท่านหนึ่งจะตัดสินใจได้ ต้องเป็นผู้อาวุโสออกเสียง รวมทั้งต้องได้รับความเห็นจากผู้อาวุโสสูงส่งสองท่านเสียก่อนผู้อาวุโสสูงส่งสองท่าน คือเจ้าสำนักคนก่อนและผู้อาวุโสใหญ่ ทั้งยังเป็นบิดาของราชันอู๋เลี่ยงและอาจารย์