ในเมื่อตอนนี้เซียวฮั่นคือกู่เยว่เกอ เขาย่อมล้างความอัปยศอดสูในอดีตให้กู่เยว่เกอ มนุษย์มีคำกล่าวไว้ว่า“บุตรกลับบ้านมีค่ามากกว่าทอง บุคคลผู้ประสบความสำเร็จกลับบ้านเพื่อเป็นผู้โดดเด่นแห่งตระกูล”
กู่เยว่เกอใกล้เคียงกับคำว่าบุคคลผู้ประสบความสำเร็จกลับบ้านเพื่อเป็นผู้โดดเด่นแห่งตระกูลแล้ว อย่างน้อยก็กล่าวได้ว่าตอนนี้กู่เยว่เกอไม่ใช่เศษสวะอีกต่อไป“นี่มันเจ้าเศษสวะกู่เยว่เกอ…”เมื่อผู้พิทักษ์คนหนึ่งเห็นเซียวฮั่น เขาจึงส่งเสียงตื่นตระหนกแต่เมื่อสิ้นเสียงของเขา ผู้พิทักษ์อีกคนหนึ่งที่อยู่ข้างเขาก็ดึงเขามาแล้วเอ่ยขึ้นว่า“เจ้าไม่ต้องการชีวิตแล้วหรือ ตอนนี้เขาไม่ใช่เศษสวะแล้ว ไม่ได้ยินข่าวหรือว่าเขาไม่เพียงถูกยอดฝีมือนักรบแห่งโลกรับไว้เป็นศิษย์ แต่ยังครอบครองความสามารถระดับจักรพรรดิแห่งโลกแล้ว”“ข้ารู้แล้ว แต่อย่างไรเล่า ก็แค่เจ้าเศษสวะผู้นี้โชคดีที่ได้เจอผู้อาวุโสนักรบแห่งโลกท่านหนึ่งเท่านั้น หากข้าพบผู้อาวุโสระดับนักรบแห่งโลก ถึงอย่างไรข้าก็แข็งแกร่งกว่าเจ้าเศษสวะนี่”เมื่อผู้พิทักษ์คนแรกได้ยินเช่นนั้น จึงรีบเอ่ยขึ้นอย่างอิจฉาเกินบรรยาย
เมื่อผู้พิทักษ์คนหลังได้ยิน กลับเอ่ยสิ่งใดไม่ออก นี่คือสำนวนที่ว่าไม่เคยกินองุ่นแต่บอกว่าองุ่นเปรี้ยวโดยแท้ การที่เจ้าได้พบกับยอดฝีมือนักรบแห่งโลก เขาจะรับเจ้าเป็นศิษย์เช่นกันงั้นหรือ?สำหรับคำกล่าวของผู้พิทักษ์ผู้นั้น เซียวฮั่นย่อมได้ยินแล้ว แต่หลังจากที่ได้ฟังคำ