นผู้ได้ไป!”เมื่อตะบองประมูลในมือผู้เฒ่าฉินทุบลง ทั่วลานประมูลจึงเกิดเสียงประมูลราคาดังขึ้นราวกับภูผากู่ก้องมหาสมุทรแผดเสียงก็มิปาน“สองร้อยล้าน…สามร้อยล้าน…ห้าร้อยล้าน…พันล้าน…”
เพียงชั่วพริบตา มูลค่าของศิลาวิญญาณระดับต˹าก็ทำลายสถิติที่หนึ่งพันล้านก้อน ทั้งที่สี่มหาตระกูลใหญ่ยังไม่ทันเข้าร่วมประมูล“ศิลาวิญญาณระดับต˹าสองพันล้าน!”เสียงคนผู้หนึ่งตะโกนดังก้องทั่วลานประมูล เมื่อเขาเอ่ยประโยคนี้ออกมา ทั่วทั้งลานประมูลต่างเงียบสงัด คนผู้นี้เป็นเพียงเจ้าสำนักแห่งตระกูลเล็กๆ แม้แต่ยอดฝีมือจักรพรรดิแห่งโลกก็ไม่มีแม้แต่ท่านเดียว“นี่สหาย เจ้ามีศิลาวิญญาณมากขนาดนั้นเชียวหรือ?”คนที่อยู่ด้านข้างเจ้าสำนักจากตระกูลเล็กๆ ผู้นี้สะกิดเจ้าสำนักที่นั่งลงยังตำแหน่งของตนด้วยใบหน้าภาคภูมิใจ แล้วเอ่ยถามเสียงเบา“ไม่มี! ตะโกนออกไปเฉยๆไม่ได้หรือไง ถึงอย่างไรพวกเราก็ไม่มีสิทธิ์ได้กระบี่เล่มนั้นอยู่แล้ว ตะโกนเพื่อความสนุกสนาน เสนอหน้าให้เป็นที่รู้จักก็เท่านั้น!”เมื่อสิ้นเสียงของคนผู้นั้น เขาจึงพูดไม่ออก แม้ว่าอีกฝ่ายจะเอ่ยความจริง แต่การเอ่ยออกมาอย่างโจ่งแจ้งเช่นนั้นจะดีจริงหรือแต่เพราะคำกล่าวของเจ้าสำนักผู้นี้ ทำให้ลานประมูลเกิดความอลหม่านขึ้นมาอีกครั้ง ทันใดนั้นบรรดาผู้เข้าร่วมงานประมูลต่างก็
ตะโกนราคาหลายพันล้านออกมา เมื่อตะโกนจบ พวกเขาต่างก็มีสีหน้าสบายใจ พวกเขาได้เป็นคนมีเงินไปแล้วชั่วคราวส่วนฉากที่วุ่นวายเช