งขวางแต่กลับเงียบเชียบอย่างเห็นได้ชัดเงาร่างสายหนึ่งนั่งบนเก้าอี้สีดำขลับเงางามในวิหาร คล้ายว่าเงาร่างสายนี้นั่งเช่นนี้มาพันล้านปีแล้ว และจะนั่งเช่นนี้ไปตลอดกาลแต่ไม่ว่าจะเป็นกาลเวลา วิบากกรรม รวมถึงทุกสิ่งทั้งมวล ก็ล้วนไม่มีทางหลงเหลืออยู่บนเงาร่างสายนี้ และต่อให้เงาร่างสายนี้จะผ่านสิ่งใดมา หรือผ่านการชำระล้างของกาลเวลานานเพียงใด เขาก็ยังคงเป็นวิถีสวรรค์“เจ้ามาแล้ว!”เสียงอันเฉยชาและเยือกเย็นพ่นออกมาจากปากของวิถีสวรรค์ก่อนที่เงาร่างซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้สีดำสนิทจะเบิกตาขึ้นอย่างเนิบช้าพอวิถีสวรรค์ลืมตาขึ้น แสงแห่งวิถีสวรรค์นับพันล้านก็เปล่งประกายขึ้นในดวงตาของเขาทันที และทุกสิ่งล้วนดูเล็กลงไปถนัดตาเมื่ออยู่ภายใต้สายตาของวิถีสวรรค์ ต่อให้เป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค ก็ต้องเนื้อตัวสั่นเทาภายใต้สายตานี้“ใช่ ข้ามาแล้ว!”
ก็เหมือนเจอกับสหายคนสนิท เซียวฮั่นไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าตนจะมาพบกับวิถีสวรรค์ในสถานที่เช่นนี้“เจ้าเตรียมตัวดีแล้วรึ?”สายตาที่ส่องแสงเจิดจรัสไปทั่วเก้าชั้นฟ้าสิบทิศแดนดินทอดลงบนร่างของเซียวฮั่น ก่อนที่น˺าเสียงอันเย็นยะเยือกของวิถีสวรรค์จะค่อยๆดังขึ้น“หากข้าทุ่มสุดตัว บทสรุปจะเปลี่ยนแปลงหรืออย่างไร?”เซียวฮั่นคลี่ยิ้มแล้วจึงมองตรงไปยังวิถีสวรรค์ทันที ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า“ไม่เปลี่ยน! ไม่มีความหวังอันใดแล้ว!”ทว่าคำตอบของวิถีสวรรค์กลับง่ายดายเป็นอย่างยิ่ง ไม่มีความหวังอันใดแล้ว