หน้าผากของเขามีเหงื่อเย็นผุดขึ้นมา เพราะเขาสามารถรู้สึกถึงความเย็นเยียบบนลำคอของตนได้อย่างชัดเจน ดูเหมือนว่าเซียวเฟิงต้องการเพียงความคิดเท่านั้น กระบี่ไร้ลักษณ์เล่มนั้นก็สามารถลดระดับศีรษะของเขาได้ในเพียงเสี้ยววิ“ขืนเจ้ายังพูดพล่ามอีกแม้แต่คำเดียว ไม่ถึงเสี้ยววิเจ้าจักไม่ได้มองเห็นตะวันอีก และจะเป็นการดีที่สุดหากเจ้าจะไม่ท้าประลองกับข้าความอดทนของข้ามีจำกัด” คนเหลือบมองหม่าเหลียงเฉินอย่างเย็นชาแวบหนึ่ง เซียวฮั่นสาวเท้าไม่เช้าไม่เร็วออกไปจากโถงรับรองแขก เหลือไว้เพียงสีหน้าหวาดกลัวของเหล่าศิษย์สำนักเทียนฮ่าวและสีหน้าซีดขาวของหม่าเหลียงเฉิน“อึก…ขะ…ข้าเกือบจะไปเฝ้ายมบาลแล้ว” หลังจากหม่าเหลียงเฉินฟื้นคืนสติ เขาก็ยกมือลูบๆ คลำๆ ลำคอของตนอย่างไม่รู้ตัว รอยเลือดเจือจางสายหนึ่งปรากฏบนลำคอของเขาทันใดนั้นหม่าเหลียงเฉินพลันมีสีหน้าหวาดผวาถึงขีดสุด เติบใหญ่มาจนป่านนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้ซึ้งว่าสิ่งใดเรียกว่าความหวาดกลัวre* https://www.novelgu.comเขาไม่เคยมีความหวาดกลัวเช่นนี้มาก่อน แต่วันนี้เซียวฮั่นกลับให้บทเรียนแก่เขา ว่าสิ่งใดเรียกว่าความหวาดกลัวที่แท้จริง“บิดาตัดสินใจแล้ว บิดาจะคารวะเขาเป็นลูกพี่!” แต่พอคิดอีกทีหม่าเหลียงเฉินพลันก่นด่ากระปอดกระแปด และความคิดซึ่งยากแก่การเข้าใจของหม่าเหลียงเฉินนี้ อาจเพียงพอที่จะทำให้เหล่าคนที่ได้ยินโง่งมได้ แต่ทว่าเรื่องราวเช่นนี้กลับเกิดขึ้นจริงแล้ว แ