“เจ้าก็คือเซียวฮั่นที่ถูกฟู่อี้ทำลายพลังบ่มเพาะงั้นรึ?” คนมองไปยังเซียวฮั่นที่อยู่เบื้องหน้า เหลิ่งเสียไม่รู้ว่าเหตุใดในจิตใจของเขารู้สึกได้ถึงภยันตรายอันใหญ่หลวง ราวกับว่าตนเผชิญหน้าอยู่กับบุคคลอันตรายก็มิปาน“ข้าเป็นใครไม่สำคัญ สำคัญที่สำนักกระบี่หลิงเทียนไม่ใช่สถานที่ที่เจ้าจะกำเริบเสิบสานได้!” เซียวฮั่นเหลือบมองเหลิ่งเสียอย่างไม่ให้ความสำคัญ เมื่อสิ้นเสียงพูด พื้นที่โดยรอบราวกับว่าเวลาได้หยุดลงในทันใด“งั้นรึ? เช่นนั้นข้าก็อยากจะขอคำชี้แนะจากท่านผู้สูงส่ง!” สีหน้าของเหลิ่งเสียเย็นเยียบ คลื่นพลังวิญญาณอันน่าหวั่นเกรงถึงขีดสุดค่อยๆ พรั่งพรูออกมา เมื่อรู้สึกได้ถึงคลื่นพลังวิญญาณอันล้นหลามนี้ สีหน้าของฝูงชนพลันเปลี่ยนไปทันที“พลังของเหลิ่งเสียต้องไม่ใช่ขอบเขตรวบรวมลมปราณระดับต้นแน่ อย่างน้อยที่สุดต้องอยู่ในระดับกลาง หรือกระทั่งระดับสูงก็เป็นไปได้” เวลานี้ แม้แต่สีหน้าของเหล่าผู้อาวุโสยังแปรเปลี่ยน พลังขอบเขตรวบรวมลมปราณระดับกลางหรือระดับสูง พลังระดับนี้เพียงพอที่จะเทียบกับผู้อาวุโสคุมกฎบางท่านของสำนักกระบี่หลิงเทียนเลยทีเดียวre* https://www.novelgu.comและไม่ว่าจะมองอย่างไร พลังของเซียวฮั่นก็อยู่ในขอบเขตแก่นแท้เพียงเท่านั้น แม้ว่าเขาจะไม่ได้กลายเป็นผู้พิการไร้ประโยชน์เมื่อสามปีก่อน พลังอย่างมากที่สุดในยามนี้ก็แค่ขอบเขตแก่นแท้ระดับสูงเท่านั้นพลังระดับนี้ยังห่างชั้นที่จะเป็นคู่มือของเหลิ