บทที่ 22 การกำจัด
ศิลาเทวาลัยกลับสู่ปกติ หลี่ลี่ก็ไม่ได้ดูดซับพลังปราณจากศิลาเทวาลัยเพื่อฝึกฝนวิชาฤทธิ์เทพมังกรสวรรค์อีกต่อไป
ช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้ช่างมหัศจรรย์ยิ่งนัก ดั่งคำโบราณที่กล่าวไว้ว่า โลภมากลาภหาย กินช้า ๆ ค่อย ๆ เคี้ยว ย่อมดีกว่า วันข้างหน้ายังมีอีกยาวไกล
หลี่ลี่รู้สึกว่าการบ่มเพาะพลังของเขานั้นรวดเร็วเกินไปในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาจึงตัดสินใจหยุดการฝึกฝน และตั้งใจที่จะกลับไปยังกระกระโจมหลังเล็ก ๆ ของเขายามค่ำคืนนี้ เพื่อพักผ่อนอย่างเต็มที่ รอให้ถึงรุ่งเช้าจึงค่อยไปที่หอหมื่นตำราเพื่อศึกษาหาความรู้เบื้องต้น อย่างน้อยก็ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับหุบเขาอาวุธไร้ค่าเสียก่อน จากนั้นค่อยบ่มเพาะพลังต่อไป
กล่าวโดยสรุปแล้ว วันเวลาที่เหลืออยู่ในสำนักล่างนั้น เขาต้องใช้มันให้คุ้มค่าที่สุด เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็ออกจากหุบเขาอาวุธไร้ค่าไป
เมื่อเดินออกจากหุบเขาอาวุธไร้ค่าได้ไม่ถึงลี้ เขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ราวกับมีคนกำลังจ้องมองเขาอยู่ข้างหลัง เขาตกใจจนสะดุ้ง รีบหยุดเดินแล้วหันกลับไปมองยังทิศทางนั้น
“หืม ๆ เก่งจริง ๆ ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะสามารถสัมผัสถึงข้าได้ แต่เพราะงั้นจึงไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมเจ้าถึงเอาชนะลูกศิษย์เหล่านั้นได้” เหอวั่นเดินออกมาจากพุ่มหญ้าข้างทางพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้า
แสงจันทร์ในค่ำคืนนี้สว่างไสวมาก ส่องสว่างไปทั่วทั้งทุ่งหญ้าอันเงียบสงบราวกับกลางวั