งตนเองแล้ว รวมถึงรู้ขีดจำกัดของพลังตนเองแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องใช้พลังทั้งหมดในการทำร้ายคนพวกนี้อีก แม้พวกนี้จะน่ารังเกียจ แต่ก็เป็นศิษย์ร่วมสำนักเดียวกัน
หลังจากจัดคนแรกได้แล้ว หลี่ลี่ก็กระโดดลงมา รับร่างของอีกฝ่ายเอาไว้ บังเอิญว่า ชายอีกคนหนึ่งที่อยู่ด้านหลัง ตกใจจึงปล่อยหมัดออกมา หลี่ลี่ผลักร่างของคนที่สลบไป จนสามารถรับมือการโจมตีของศัตรูได้ จากนั้นเขาก็อาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังเก็บหมัด เพื่อป้องกันการทำร้ายเพื่อนร่วมกลุ่ม แล้วรีบลงมือทำให้สลบไปอีกคน
คนที่สามเห็นดังนั้น ก็รู้สึกเหมือนหลี่ลี่เป็นปีศาจ เขาร้องลั่นด้วยความตกใจ แล้วหันหลังวิ่งหนี หลี่ลี่ก็ไม่ได้สนใจ ไล่ตาม เพียงแค่หิ้วคนทั้งสองที่สลบไป เดินออกจากต้นไม้ใหญ่ ส่วนอีกสามคนที่เหลือ มองตามหลังเขาด้วยความตะลึง ไม่กล้าลงมือ
สาเหตุหนึ่งก็คือ พวกเขากลัวฝีมืออันแปลกประหลาดและพลังอันแข็งแกร่งของหลี่ลี่ อีกสาเหตุหนึ่งก็คือ หลี่ลี่มีตัวประกันอยู่ในมือ หากพวกเขาลงมือ หลี่ลี่ก็แค่ยกตัวประกันขึ้นมาบัง พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว
พวกเขามีการแปรผันวิญญาณยุทธ์อยู่เพียงแค่ระดับสาม ถือว่ายังอยู่ระดับล่าง หากพลาดพลั้งไปทำร้ายพวกเดียวกันเองขึ้นมา คงเป็นเรื่องใหญ่แน่
หลี่ลี่เองก็ไม่อยากเด่นดังจนเกินไป จึงไม่ได้จัดการทั้งหกคน ตอนนี้เขาฝึกจนเป็นการแปรผันวิญญาณยุทธ์มาถึงระดับสามแล้ว ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องใหญ่โตมากของสำนักล่างแล้ว หากทำเรื่องใหญ่โตไป