เดินไปประมาณหนึ่งก้านธูป ด้านหน้าก็โล่งกว้างขึ้น มองเห็นลานกว้างที่สร้างขึ้น ล้อมรอบด้วยกำแพงสูง มีพื้นที่ตรงกลางกว้างประมาณพันตารางเมตร สามารถรองรับผู้คนได้หลายร้อยคน
ผู้ที่ได้ถูกเชิญมาชมต่างก็เป็นผู้มีหน้ามีตาในเมืองฉาน ต่างก็มากันแต่เช้า
สถานที่จัดงานได้แบ่งเขตไว้อย่างชัดเจน แบ่งเป็นเขตชม เขตประลองและเขตตัดสิน
แถวหน้ามีสามผู้อาวุโสนั่งอยู่ พวกเขาเป็นผู้ตัดสินที่ส่งมาจากหอตันเป่า แถวกลางมีผู้อาวุโสคนหนึ่งอายุราวหกสิบปี หนวดขาวหมดทั้งเครา ดวงตาอ่อนโยน ทั่วร่างมีกลิ่นอายของเซียนผู้ทรงธรรม
เบื้องหน้าแต่ละคนมีป้ายชื่อวางไว้ บนนั้นมีชื่อและข้อมูลต่าง ๆ
ผู้อาวุโสทางซ้ายนามซางเหยียน ปรมาจารย์หลอมโอสถสามดาว ทำงานเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถที่หอหลัก
ผู้อาวุโสกลางแถวอายุหกสิบปีมีชื่อเสียงมาก ปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาวคนแรกของหอหลัก ผู้คนต่างเรียกเขาว่าปรมาจารย์เม่า ส่วนนามจริงของเขาถูกผู้คนลืมเลือนไปนานแล้ว