“ตระกูลเซวียส่งเจ้ามาสินะ?” หลิวอู๋เสียไม่ได้ถามเขาว่าเป็นใคร จับจ้องไปที่ดวงตาของเขา ไม่ว่าอารมณ์ใดก็มิอาจหลบสายตาของเขาได้
ได้ยินคำว่า ‘ตระกูลเซวีย’ ชายชุดดำหลบตาเล็กน้อย
“เป็นคนในตระกูลเซวียจริงด้วย!” หลิวอู๋เสียตัดสินจากแววตาของเขา แต่นึกไม่ถึงว่าตระกูลเซวียจะลงมือเร็วขนาดนี้ คณะสำรวจเพิ่งจากไปเมื่อคืนนี้
“เจ้าหนู ไหน ๆ เจ้าก็รู้แล้วว่าข้าเป็นใครแล้ว ข้าก็ไม่กลัวที่จะบอกเจ้าว่า อีกไม่นาน ทุกคนในตระกูลสวีจะต้องตายทั้งหมด”
ชายชุดดำยิ้มเยาะ เลือดจำนวนมากพุ่งออกมาจากปากของเขา ลมหายใจของเขาอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ
“นอกจากเจ้าแล้ว ตระกูลเซวียยังส่งคนมาอีกหลายคนเพื่อจัดการกับตระกูลสวีของเรา”
หลิวอู๋เสียกลัวว่าตระกูลเซวียจะมียอดฝีมือที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองชางหลันอีกหลายคน หนึ่งคนอยู่ในที่แจ้ง อีกคนอยู่ในที่ลับ เรื่องนี้ย่อมไม่ส่งผลดีต่อตระกูลสวีอย่างแน่นอน
เพิ่งเริ่มเดินหน้าไปได้ไม่นาน เพิ่งส่งคณะสืบสวนออกไป แล้วเรื่องแบบนี้ก็เกิดขึ้น ช่างเป็นเรื่องยุ่งยากเสียจริง
ลมหนาวที่หนาวเหน็บพัดผ่านพื้นดินที่ว่างเปล่า พัดใบไม้แห้ง ๆ ปลิวว่อนไปทั่ว ช่วงนี้เป็นฤดูใบไม้ร่วง อุณหภูมิจึงค่อนข้างต่ำ