เมื่อฝุ่นละอองจางลง ค่ายทหารค่อย ๆ สงบนิ่งลง ตรงกลางค่ายทหาร ยืนอยู่ชายหนุ่มสวมชุดสีครามราวกับภูเขาสูงใหญ่ ทุกคนมองมาที่เขา ราวกับมองไปยังภูเขาโบราณยักษ์ใหญ่ที่สูงตระหง่าน ยากจะปีนขึ้นไปถึง
รอบ ๆ มีศพกองสุมหนาแน่น กลุ่มทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าตายและบาดเจ็บสาหัส ดาบเดียวเชือดคนไปกว่าร้อย ช่างน่าสะพรึงกลัว
“ซี้ด!”
เสียงถอนหายใจดังขึ้นจากปากของเหล่าผู้คุ้มกันตระกูลสวี บริเวณทางออกมีศพกว่าห้าสิบศพที่ถูกยิงด้วยธนูนอนกองอยู่
สวีอี้ซานเก็บดาบสั้นเข้าฝัก เดินมาหาหลิวอู๋เสียทีละก้าว มุมปากเผยรอยขมขื่น ใบหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติ
“เจ้าทะลวงระดับพลังกำเนิดฟ้าตั้งแต่เมื่อใด พี่ใหญ่ข้ารู้แล้วหรือไม่?”
เขาเอ่ยถาม หกเดือนก่อนที่เขากลับมายังเมืองชางหลัน หลิวอู๋เสียยังคงเป็นสวะ ในเวลาเพียงแค่ครึ่งปี เป็นไปไม่ได้ที่จะพัฒนาได้รวดเร็วขนาดนี้ มีเพียงหนึ่งอย่างเป็นไปได้ คือเขาซ่อนความสามารถของตัวเองไว้
“รู้แล้ว!”
ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ไม่มีความผูกพันอะไรกับสวีอี้ซานสักเท่าไหร่ แต่ละปีก็ไม่ได้เจอหน้ากันบ่อยนัก แต่กับสวีหลิงเสวี่ยกลับสนิทกันมาก