รอการประลองในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
เมื่อถึงยามเช้า หลี่ลี่เปิดประตูออกไปก็เห็นเฉินหลง เกาเสี่ยวตง และหยางเจิ้นยืนรออยู่ที่หน้าประตูเป็นที่เรียบร้อย
ทั้งสี่คนรับประทานอาหารเช้าด้วยกัน เห็นสีหน้าของทั้งสามคนดูไม่ค่อยดีนัก หลี่ลี่จึงยิ้มแล้วพูด “พวกเจ้าไม่ต้องห่วง ข้าไม่แพ้หรอก”
เกาเสี่ยวตงกล่าวขึ้น “ท่านพ่อของพวกข้า ตกอยู่ใต้อาณัติบิดาของพวกมัน ถ้าพวกข้ายังต้องตกอยู่ใต้อาณัติของพวกมันอีก กลับบ้านไปก็คงเงยหน้าไมได้ ผิดหวังความคาดหวังของท่านพ่อท่านแม่”
เกาเสี่ยวตงเป็นคนอ้วนท้วน พูดจาแต่ละครั้งมักจะยิ้มแย้ม ดูใจดี แต่ครั้งนี้กลับทำสีหน้าเคร่งขรึม แม้แต่แววตาก็ยังแดงก่ำ ดูเหมือนจะร้อนใจจริง ๆ
เฉินหลงที่มักจะทำตัวลุ่มหลงในความหล่อเหลาก็ดูซึมเศร้า หยางเจิ้นกำหมัดแน่น สีหน้าโกรธเกรี้ยว
หลี่ลี่ก็นึกถึงท่านพ่อท่านแม่ขึ้นมา สีหน้าจริงจังขึ้น กล่าวเสริมกำลังใจ “ข้ารับรองว่าจะทุ่มเทอย่างเต็มที่! เว้นแต่ว่าสวีเถาจะเคยฝึกฝนปราณยุทธ์มาก่อน มิเช่นนั้นเขาต้องแพ้ข้าแน่”
เมื่อทั้งสามคนได้ยินหลี่ลี่พูดเช่นนี้ ก็นึกถึงที่เขามักจะทำตัวลึกลับ ครั้งนี้เขามั่นใจเช่นนี้ แสดงว่าต้องมีหนทาง พวกเขาจึงรู้สึกดีใจขึ้นมา
หลังจากที่ศิษย์ทั้งหกสิบคนของอาจารย์เหอวั่นรับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว ต่างก็มารวมตัวกันที่เนินดินหลังภูเขา บอกว่าเป็นการรวมตัวกันเพื่อเลือกหัวหน้าหน่วย แต่ที่จริงแล้วก็คือการประลองเพื่อตัดสินหั