บทที่ 11 การแย่งชิงตำแหน่งหัวหน้ากลุ่ม
หลี่ลี่ได้ยินคำพูดของเกาเสี่ยวตงเช่นนั้นก็พยักหน้าเห็นด้วย
เฉินหลงกล่าวอย่างเซื่องซึมว่า “สวีเถาไม่เพียงแต่ฝึกฝนพลังปราณได้ถึงห้าเส้น แต่ยังฝึกฝนวิชาหมัดได้ถึงสามท่า แม้ว่าพลังปราณของข้าไม่ด้อยไปกว่าเขา แต่วิชาหมัดนั้นไม่ใช่สิ่งที่ฝึกฝนได้ในระยะเวลาอันสั้น สวีเถามีพื้นเพมาจากตระกูลผู้ดี ได้เรียนรู้วิชาหมัดมวยและอาวุธนานาชนิดมาตั้งแต่เด็ก ร่างกายก็ผ่านการหล่อหลอมด้วยโอสถล้ำค่าต่างๆ นานา ข้าไม่มีทางเอาชนะเขาได้”
เกาเสี่ยวตงกล่าวอย่างสำนึกผิด “ดังนั้นข้าจึงออกอุบาย ให้พี่ใหญ่เฉินไปหาเรื่องพี่ใหญ่หลี่ แสดงความจงรักภักดีต่ออาจารย์เหอ จากนั้นก็ร้องขอให้อาจารย์เหอแต่งตั้งพี่ใหญ่เฉินเป็นหัวหน้ากลุ่ม แม้จะเป็นรองหัวหน้ากลุ่มก็ยังดี ไม่อาจปล่อยให้สวีเถาได้ใจไปมากกว่านี้”
หลี่ลี่มองเกาเสี่ยวตงแวบหนึ่ง “ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวขนาดนี้!”
เกาเสี่ยวตงยิ้มแหย ๆ “กลอุบายทั้งหลายทั้งแหล่ ไม่อาจรอดพ้นสายตาอันเฉียบแหลมของพี่ใหญ่หลี่ไปได้หรอก” พลางเหลือบมองเฉินหลงอย่างระแวดระวัง ดูเหมือนจะเกรงใจความรู้สึกของเฉินหลงอยู่บ้าง จึงไม่กล้าเอ่ยคำยกยอปอปั้นออกไปมากกว่านี้
หลี่ลี่รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ก่อนหน้านี้เขามักจะถูกกลั่นแกล้งอยู่เสมอ นับตั้งแต่ที่ข้ามภพมายังที่แห่งนี้ เป็นเวลาสิบกว่าปีแล้วที่เขาต้องอดทนอดกลั้นมาโดยตลอด เกือบจะลืมรสชาติของการได้รั