สี่ยวตงกล่าว “พี่ใหญ่หลี่ เรื่องทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้หลังจากรับประทานอาหารเช้าแล้ว พวกเราชาวกลุ่ม ‘เจี่ย’ จะไปรวมตัวกันที่เนินดินหลังเขาเพื่อประลองหาหัวหน้ากลุ่มกัน”
หลี่ลี่พยักหน้า เฉินหลงกล่าวเสริม “พวกเราพี่น้องรวบรวมเงินกัน ซื้อยารวมพลังปราณมาสองเม็ด มอบให้พี่ใหญ่หลี่ พี่ใหญ่จะได้ฝึกฝนพลังปราณเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย พรุ่งนี้จะได้มีโอกาสชนะมากขึ้น”
เหล่าศิษย์ตระกูลผู้ดีเหล่านี้ล้วนมีก้อนหินวิญญาณอยู่ไม่น้อย ต่างก็ปรารถนาที่จะเอาชนะผู้ฝึกยุทธ์ ประการแรกเพื่อรักษาหน้าตา ประการที่สองก็ไม่อยากอยู่ภายใต้การควบคุมของสวีเถาผู้ฝึกยุทธ์ผู้นั้น
ดวงตาของหลี่ลี่เปล่งประกายความโลภออกมา นี่มันยารวมพลังปราณที่มีมูลค่าถึงหกหินวิญญาณเชียวนะ! ย้อนกลับไปตอนที่เขาอยู่ที่หุบเขาแห่งราตรี เขาต้องเสี่ยงชีวิตและลำบากตรากตรำในการงมหินดำ ใช้เวลาสิบกว่าวันจึงจะสามารถหลอมหินดำได้หนึ่งหินวิญญาณ แถมเขายังไม่ได้สักอีแปะเดียว
หินวิญญาณหนึ่งก้อนเทียบเท่ากับทองคำหนึ่งหรือสองตำลึง เท่ากับเงินสิบสองตำลึง เท่ากับรายได้หนึ่งปีของครอบครัวธรรมดา ๆ สี่คน นี่มันเงินก้อนโตชัด ๆ !
“ไม่ได้ ๆ ไร้คุณธรรม ข้ารับไว้ไม่ได้ การเอาชนะสวีเถาก็เพื่อตัวข้าเอง หากข้าได้เป็นหัวหน้ากลุ่ม อาจารย์เหอและผู้ดูแลหลิวก็จะไม่มีอำนาจไล่ข้าออกจากสำนักฝึกฝนขั้นต้นแล้ว”
หลี่ลี่กล่าวปฏิเสธ แต่กลับกำยารวมพลังปราณสองเม็ดไว้ในมือแน่น ราวกับกลัวว