จ้าบำเพ็ญเพียรมาสามวันแล้ว มีลมปราณหรือยัง?”
หลี่ลี่รีบลุกขึ้นยืน โค้งคำนับ “กราบเรียนอาจารย์ ข้ามีลมปราณแล้วครับ”
เหอวั่นส่งเสียงฮึดฮัด ไม่พอใจ “เจ้าคิดว่าเพียงบอกว่ามี มันก็จะมีเลยงั้นหรือ? เดินมาข้างหน้าให้ข้าตรวจสอบดูหน่อย ถ้าไม่มี หลอกลวงอาจารย์ ก็จะให้เจ้าติดโทษขนานใหญ่”
การติดโทษเหมือนกับการสอบไม่ผ่าน หลังจากสามครั้งก็จะถูกไล่ออก หลี่ลี่รู้ว่าเหอวั่นตั้งใจจะหาเรื่องเขา การถูกเหอหวั่นทดสอบ ต่อให้เขาจะมีพลังปราณจริง ๆ ท้ายสุดก็จะโดนคาดโทษไว้อยู่ดี นี่ก็คือการจงใจรังแกคน
“อาจารย์ ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบหรอกนะครับ ข้าอยากให้รับชมด้วยตาตนเอง”
หลี่ลี่ยื่นมือขวาออกมาทันที จากนั้นนิ้วก้อยก็กลายเป็นสีเขียว
“พลังปราณงั้นหรือ?”
ทันใดนั้นบรรดาลูกศิษย์ก็ร้องอุทานขึ้นมา ทุกคนมองด้านข้าง ต่างแสดงสีหน้าที่ยากจะเชื่อ
เหอวั่นขมวดคิ้วแล้วพูดเหน็บแหนม “เจ้าซื้อยารวบรวมลมปราณ ใช้หินวิญญาณสามก้อน เจ้ายังหลือหินวิญญาณอีกห้อก้อนหลังจากหลอกผู้ดูแลหลิวไปใช่หรือไม่? อืม เจ้าหลอกผู้ดูแลหลิวให้เซ็นสัญญากับเจ้า ก็ถือว่าถูกกฎหมายแล้ว เจ้ามีสัญญาอยู่ในมือ แม้แต่ข้าก็ตำหนิอะไรเจ้าไม่ได้ แต่การเป็นคนต้องเดินบนเส้นทางที่ถูกต้อง พึ่งวิธีของนักเลงหัวไม้ สุดท้ายก็ต้องมีวันที่เจ้าจะเสียเปรียบ”
หลี่ลี่โกรธจนฟันคัน เพียงแต่ก้มหน้าลง แกล้งทำเป็นท่าทางถูกสั่งสอน เขารู้ว่าตอนนี้ถ้าโต้แย้ง ก็จะตกหลุมพราง ข้อหาขัดขืนอาจารย