์ ไม่ยอมรับการสั่งสอน ลงมาแล้ว ใครก็ช่วยเขาไม่ได้
เหอวั่นเยาะเย้ยหลี่ลี่อีกสองสามประโยค เห็นเขาทำท่าทางซื่อ ๆ ไม่มีข้อผิดพลาดให้จับได้เลย หมุนตาไปมา แล้วหัวเราะเย็นชา “กินยารวบรวมลมปราณจะเรียกว่าฝีมืออะไร? รอหินวิญญาณที่เหลือของเจ้าหมด ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าจะฝึกฝนยังไง สัญญาของผู้ดูแลหลิวฉบับนั้น เจ้าอย่าลืมเก็บรักษาให้ดี ถ้าทำหาย ฮึ…”
“แยกย้าย” เหอวั่นทิ้งคำพูดไว้ประโยคหนึ่ง สะบัดแขนเสื้อเดินจากไป
บรรดาลูกศิษย์มองหน้ากัน จากนั้นก็มองไปที่หลี่ลี่ด้วยสายตาดูถูก อิจฉาริษยา โลภ เยาะเย้ย สีหน้าแตกต่างกันไป
กินข้าวเที่ยงเสร็จ หลี่ลี่หยิบหนังสือเรียนมาที่ด้านหลังภูเขาที่เงียบสงบแห่งหนึ่ง ในใจคิดถึงคำพูดของเหอวั่นอดไม่ได้ที่จะหยิบสัญญาของผู้ดูแลหลิวออกมาจากอก
สัญญาฉบับนี้สำคัญมาก ถ้าไม่มีมันผู้ดูแลหลิวต้องรายงานไปที่สถาบันวินัยแน่ บอกว่าเขาขโมยหินวิญญาณไป หากเป็นเช่นนั้น คนจำนวนมากคงค้นหาและจับกุมตัวเขา หากหาหินวิญญาณของเขาเจอ ก็คงจะถูกบังคับให้บอกที่มา เขาจะไม่สามารถพูดอะไรได้เลย เด็กกำพร้าคนหนึ่งจะครอบครองหินวิญญาญจำนวนมากได้อย่างไร?
โดยเฉพาะตอนนี้ เหอวั่นคิดว่าเขาใช้ไปหินวิญญาณไปสามก้อน นี่มีบันทึกให้ตรวจสอบได้ แม้ว่าเขาจะทิ้งหินวิญญาณห้าก้อนที่เหลือไป หินวิญญาณสามก้อนที่ถูกบันทึกนี้ก็ลบไม่ได้
“ฮึ ช่างเป็นแผนที่ดีจริง ๆ !”
หลี่ลี่หัวเราะเย็นชาหนึ่งที โบกสัญญาในมือ ตะโกนเสียงดัง “สัญญา