เคยเห็นมาก่อนด้วยซ้ำ
นางย่อมไม่ต้องหงุดหงิดใจเหมือนอย่างฟางเมี่ยว
เพราะเซี่ยเวยมิใช่เสิ่นเจี้ย
เจียงเสวี่ยหนิงไม่ใช่คนที่หึงหวงไม่เป็นตรงกันข้าม หากนางจะ โวยวายย่อมมีวิธีการไม่น้อย ทว่าตั้งแต่อยู่กับเซี่ยจวีอันหรือก่อนหน้านี้ ก็ตาม นางกลับไม่เคยมีความคิดเช่นนั้นเลยสักนิดกระทั่งความกระเง้า กระงอดหรืออารมณ์รุนแรงก็ไม่เคยปรากฏอีกเลย
ใช่ว่านางควบคุมตนเองให้ไม่ทำอีกแต่เป็นเพราะเซี่ยจวีอันไม่หือไม่อือ ปฏิบัติตนได้ดีเยี่ยม ไม่ก่อความรำคาญใจให้นางแม้แต่น้อยเป็นเหตุให้อารมณ์กระเง้ากระงอดเป็นเด็ก ๆ ก็ดีหรือความหึงหวงก็ช่าง ต่างไม่มีโอกาสได้ใช้งาน
นัยน์ตานางชุ่มชื้นขึ้นเล็กน้อย เป็นฝั่ายเข้าไปโอบเอวเขาแล้วถาม “มาทำไมหรือ”
เขาเพิ่งจะมาจากข้างนอก ร่างกายยังเย็นเฉียบ
แต่นางผิงไฟอยู่ในตำหนักข้างจนอบอุ่น ยามอิงแอบในอ้อมแขนจึง ขับไล่ความเย็นออกไปบางส่วน เซี่ยเวยกอดนางพลางหัวเราะคราหนึ่ง“ดูจากที่เจ้าทำงานถวายชีวิตให้เสิ่นจื่ออีแล้วหากข้าไม่มาก็ไม่รู้จะนอนอยู่ในวังอีกกี่วัน”
เจียงเสวี่ยหนิงกัดปากยิ้ม “ใครใช้ให้ท่านไม่มารับข้าเองล่ะ”
นางอ้างเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ มาตลอด เซี่ยเวยชินที่นางพูดจาเสียเต็ม ปากเต็มคำแบบนี้แล้วจึงไม่ปฏิเสธ ทั้งยังหยิบเสื้อคลุมขลิบขนจิ้งจอกหิมะด้านข้างมาห่มร่างนางอย่างมิดชิดจนเหลือแค่ดวงหน้าเล็ก ๆ ขนาดเท่า ฝั่ามือ แล้วกล่าวว่า “พวกเรากลับกันเถอะ”