“พอเขาด่าเสร็จ หลังจากนั้นเล่าเป็นอย่างไรต่อ”
ทุกคนในบ่อนจดจ่อตั้งใจฟังจนกระทั่งการวางเดิมพันยังลืมสิ้น ฟังมาจนถึงตอนนี้ เมื่อเห็นเขาหยุดก็อดร้อนใจไม่ได้ พร่ำเอ่ยถามซ้ำซาก
เซียวติ้งเฟยมุมปากกระตุก นัยน์ตากลอกไปมา เคาะนิ้วบนโต๊ะพนันโดยแรง เตือนเหล่านักพนัน ‘ไม่สนงานสนการ’ เสียงดัง “เอาให้ชัดนะพวกเราน่ะกำลังพนันกันอยู่! พวกเจ้านึกว่าข้าเป็นนักเล่านิทานใต้สะพาน เรอะ ยังจะมา‘หลังจากนั้นเล่า’ อีก! รีบ ๆ วางเดิมพันกับข้าได้แล้ว มัว ยืนเซ่ออะไรกันอยู่?!”ที่นี่คือบ่อนพนันใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง
จะคนเถื่อนคนจน ไม่ว่าคนเช่นไรที่นี่ก็มีหมด
เดิมทีตัวเขาเป็นแขกประจำ ทั้งยังผูกไมตรีกับบรรดาสหายเลวมิตรชั่ว ตอนก่อนทัพนิกายสวรรค์กับทัพซินโจวบุกมา เถ้าแก่บ่อนพนันก็เก็บของ หนีออกจากเมืองหลวงไปด้วยความกลัวตายจวบจนผ่านไประยะหนึ่ง สถานการณ์คล้ายสงบลงแล้ว เขาถึงค่อยกลับบ้านมาเปิดประตูร้านใหม่
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพอเซียวติ้งเฟยซึ่งอยู่จวนว่าง ๆ จนขนแทบไม่งอกทราบข่าว สิ่งแรกที่ทำย่อมเป็นการมาอุดหนุน
บ่อนพนันแห่งนี้จึงค่อยกลับมามีบรรยากาศคึกคักเหมือนกาลก่อน อยู่บ้าง
ทุกคนล้วนเป็นเพื่อนที่เคยไปหาความสำราญในหอนางโลมด้วยกัน จึงไม่สนใจคำพูดเขาสักนิดเร่งเร้าให้เล่าต่อ “ไม่ใช่ว่าวันนั้นมีแต่ท่านหรือไรที่อยู่ในวัง พวกเราน่ะอย่าว่าแต่ยืนชมอยู่ด้านข้างเลย กระทั่งจะรั้งอยู่ใน เมืองหลวงยังไม่กล้ารั้งนาน ท่านบอกมาเถอะ หลี่