ว์เสี่ยนนั่นด่าเสร็จแล้วเป็นอย่างไรต่อ”
เซียวติ้งเฟยเหลียวมอง ไม่มีใครวางเดิมพันจริง ๆ
เขาอยากย้อนเวลากลับไปสองเค่อก่อนแล้วตบหน้าตัวเองสักสองฉาดนัก ใครใช้ให้เจ้าอดไม่ไหวอยากอวดคนอื่นว่าเจ้ารู้เรื่องนี้กันเนี่ย คราวนี้เป็นอย่างไรเล่า กระทั่งเงินพนันก็ไม่มีใครวางแล้ว!
เมื่อจนหนทาง เขาจึงได้แต่กล่าวอย่างเสียไม่ได้ “ยังจะมาแล้วเป็นอย่างไรอีก ส่งเสียงโวยวายในเวลาแบบนั้นก็เกือบโดนกระทืบน่ะสิกระทั่งวิชาแมวสามขายังไม่มี แค่ครู่เดียวก็ถูกหิ้วออกไปแล้ว”
มีคนทอดถอนใจ “ถึงกับกล้าก่นด่า ถือว่ากล้าหาญจริง ๆ …”
ทั้งมีคนไม่อยากจะเชื่อนัก “เมื่อก่อนข้าเคยไปร้านโยวหวง เถ้าแก่ หลี่ว์โปรดปรานเงินทองนิสัยเป็นพ่อค้าเจ้าเล่ห์ กล่าวกันว่า ‘ผูกมิตรถึง มีทรัพย์’ ดังนั้นเขามาด่าคนเช่นนี้ก็ไม่น่าเป็นไปได้นะ ท่อนนี้เจ้าไม่ได้แต่ง เองใช่หรือไม่”
เซียวติ้งเฟยกลอกตานึกย้อน ความจริงเขาเองก็ไม่ได้ความจำดีเป็น พิเศษอะไร ผ่านมาเกือบสองเดือนแล้ว เขาก็จำไม่ชัดจริง ๆ นั่นละว่า หลี่ว์เสี่ยนด่าอะไรบ้าง เพียงจำได้ว่าสีหน้าท่าทางเหมือนโมโหที่โดนหลอก
ครั้นคนอื่น ๆ ซักไซ้ เขาเองก็ร้อนตัวขึ้นมาบ้าง
ทว่าอย่างไรเสียเขาก็เคยเป็นคนไร้ยางอายขอทานตามท้องถนน ถูก คนรุมอัดในตรอกซอยมาก่อน เซียวติ้งเฟยไม่มีทางเอ่ยปากยอมรับแน่เขาจึงแสร้งโมโห “พวกเจ้าอยากฟังเองแท้ ๆ แต่กลับไม่เชื่อที่ข้าเล่า ไฉนเอาใจยากกันแบบนี้เนี่ยข้าบอกเขาด่าก็คือด่า ถ้