ลึงไปพักหนึ่งจริง ๆ
คนข้าง ๆ เขาถาม “ติ้งเฟยซื่อจื่อ จะเอาอย่างไรเล่า ยังจะเล่นหรือไม่”
เซียวติ้งเฟยถึงค่อยได้สติคืนมา
พอมองไปอีกรอบ ถนนตรงหน้าก็ไม่เห็นเงาผู้คนแล้ว ทั้งไม่เห็นเหล่าขอทานซึ่งวิ่งจากไปรวมถึงไม่มีพ่อค้าแบกคานหาบขายเกี๊ยวน้ำอีก
เขาหันหน้ากลับมา เอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้ม“ไร้สาระ วันนี้ข้ากำลัง มือขึ้นเลยนะ ต้องเล่นต่อสิ! คราวนี้จะทำให้พวกเจ้าถอดกางเกงกลับจวนให้จงได้!”
ทุกคนโห่
เขาเองก็ไม่แยแส พอเก็บรวบรวมเงินเรียบร้อยก็เตรียมเล่นรอบถัดไป
ทันใดนั้นก็มีคนถามขึ้นอย่างแปลกใจ “จะว่าไป ก่อนหน้านี้เรียกเจ้า ว่าเซียวติ้งเฟยก็แล้วไปเถิด แต่บัดนี้ทุกคนก็รู้แล้วว่าเจ้าเป็นตัวปลอม ไยเจ้าจึงยังใช้ชื่อนี้อีกเล่า”
เซียวติ้งเฟยชะงัก
เขาเป็นใครกันหรือ
ถือกำเนิดมาไร้ราก พัดปลิวไปที่ไหนก็ที่นั่นกระทั่งชื่อยังหยิบเอาจากชื่อที่คนอื่นไม่ต้องการ
ในบ่อนเงียบสงัดทันใด
คนที่เพิ่งพูดเพิ่งจะรู้สึกตัว นึกกระวนกระวาย
ไม่คิดว่าชั่วขณะต่อมา เซียวติ้งเฟยกลับยกขาไขว่ห้างด้วยท่าทีไม่ ยี่หระ ดูผ่อนคลายยิ่ง “แล้วจะให้ทำอย่างไร ให้ไปใช้ชื่อแบบจางสองหมา หลี่สองไข่เรอะ ไม่คิดว่าฟังดูแย่หรือไง! ชื่ออะไรไม่สำคัญหรอก หลอกกินหลอกดื่มจากคนอื่นได้ต่างหากเรื่องสำคัญ ชื่อนี้ของข้าน่ะ แม่นางหอชุ่ยหงเรียกแล้วน่าฟังมากเลยนา”
ฝูงชนที่เมื่อครู่กระวนกระวายพลันหัวเราะลั่น
หัวข้อสนทนาจึงกลายเป็นเรื่องที่ว่า แม่นางคนใดของหอชุ่ยหงด