ิ้มน้อย ๆ บอกนางด้วยความมั่นใจว่า “ฮองเฮา ทรงทำได้”
ระยะเวลาที่รอคอย ถูกยืดยาวจนเนิ่นนานเหมือนไร้สิ้นสุด
ยากจะจำแนกว่าเพิ่งผ่านไปหนึ่งเค่อหรือครึ่งชั่วยาม…
เจียงเสวี่ยหนิงผู้ยืนอยู่หน้าท้องพระโรงเนิ่นนาน ที่สุดก็เคลื่อนไหวนางมองไปทางเซี่ยเวย เบนสายตาเคลื่อนขยับหลายครั้ง สุดท้ายก็ ส่งยิ้มน้อย ๆ ให้เขาอย่างพิกลอยู่บ้าง ก่อนจะหันไปหาเสิ่นจื่ออี!
เยี่ยนหลินจ้องนางไม่ละสายตา
เสียงโวยวายหน้าท้องพระโรงยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ
มือที่เซี่ยเวยปล่อยตกข้างลำตัวพลันกำแน่น
กระทั่งเสิ่นจื่ออีก็ได้แต่มองนาง ใจเต้นรัวแรง
เจียงเสวี่ยหนิงหยุดเท้าตรงหน้าอีกฝั่าย หวนนึกถึงการพบกันครั้งแรกของตนกับเสิ่นจื่ออีในชาตินี้ เป็นนางเองที่ยกพู่กันแต้มสีชมพูระเรื่อลงบน แผลเป็นที่อีกฝั่ายกังวล นับแต่นั้นนางก็ดีกับอีกฝั่าย อีกฝั่ายเองก็ดีกับนาง
ในโลกหล้า ยังจะมีสิ่งใดดีงามยิ่งกว่านี้อีกเล่า
นางกล่าววาจาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน “ความจริงแล้ว การได้ต้อนรับพระองค์กลับมาจากต๋าต๋ามิใช่เรื่องที่หม่อมฉันยินดีที่สุดหรอกเพคะ สิ่งที่หม่อมฉันยินดีที่สุดคือการได้เห็นว่า พระองค์ไม่ทรงปกปิดรอยแผลเป็นบนพระพักตร์อีกแล้วต่างหาก ในที่สุดพระองค์ก็ทรงยอมรับตัวเองได้ไม่ว่า ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าพระองค์จะทรงหนุนให้ตั้งฮ่องเต้องค์ใหม่ก็ดี หรือจะอาศัยกำลังทหารสถาปนาตนเองก็ช่าง ในใจของหม่อมฉันเจียง เสวี่ยหนิง พระองค์จะทรงเป็นองค์หญิงผู้รักประชาร