าษฎร์โดยไร้ข้อแม้และประทานกองดินแห่งมาตุภูมิแก่หม่อมฉันตลอดไป”
เสิ่นจื่ออีพลันน้ำตาไหลริน
เจียงเสวี่ยหนิงกลับยกมือ วางตราหยกแผ่นดินอันหนักอึ้งลงบนฝั่ามือของนาง
นางเอ่ย “หม่อมฉันอยากเชื่อใจพระองค์”
ขณะที่คำกล่าวของนางดังขึ้น ร่างของเซี่ยเวยทางด้านหลังนางก็ สั่นเทิ้ม มือกำแน่นจนปลายเล็บจิกฝั่ามือ
รักประชาราษฎร์โดยไร้ข้อแม้!
ใช่เขาไม่คาดคิดว่าเจียงเสวี่ยหนิงจะเลือกเช่นนี้ แต่คำว่า ‘รักประชา-ราษฎร์’ ก็เป็นประดุจท่อนเหล็กยาวฟาดหัวใจ ราวกับเกลียวคลื่นพลันโหมกระหน่ำเข้าใส่ ความสงบนิ่งและถือมั่นที่เขายึดไว้อย่างแข็งกล้าถูกทลาย!
ลำคอประหนึ่งมีโลหิตหวานวูบพุ่งขึ้นมาเซี่ยจวีอันไม่เคยรู้สึกอ่อนล้าแบบนี้เลย เขาไม่คิดจะฟังต่ออีกแม้ครึ่งคำ หมุนตัวสะบัดแขนเสื้อจากไป
ตะวันลาลับทิศประจิม เสื้อคลุมโบกพลิ้วตามแรงลมทว่าเขาเพิ่งไปถึงบันไดยาวหน้าท้องพระโรงก็มีเสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นด้านหลัง “เซี่ยจวีอัน!”
เซี่ยจวีอันยอมหยุดฝีเท้าจนได้
ไม่นานก็มีฝั่ามืออบอุ่นยื่นมาคว้ามือของเขาไว้
เจียงเสวี่ยหนิงจ้องเขาเขม็ง “ตอนมาถึง ข้าบอกแล้วนะว่าข้ามีเรื่องอยากคุยกับท่าน”
เซี่ยเวยจะไม่รู้ได้อย่างไร
วันนั้นนางไปพบจางเจอ พอเช้าวันต่อมาก็บอกว่ามีเรื่องอยากคุยกับเขา
เจี้ยนซูลอบรายงานเขาแล้ว
แต่ว่า…
เขาหันกลับไปมอง ลูกกระเดือกอันนูนเด่นขยับขึ้นลง กล่าวว่า “ข้าเองก็บอกไปแล้วว่าข้าไม่อยากฟังเลยสักนิด”
บนรถม้า นางพยายามจะเอ่ยป