าะทีหนึ่ง ทั้งยังเหลือบมองเจียงเสวี่ยหนิง
เสิ่นหลางกลับไม่ได้ตระหนักเลยสักนิด เมื่อสายตากวาดพบซากศพที่บนพื้น ความรู้สึกอัปยศลูกตาก็ปรากฏจนใบหน้าบิดเบี้ยว
เขาออกคำสั่งทันที
ปลายดาบของเขาชี้เซี่ยเวย ประกาศกร้าว“นิกายสวรรค์ร่วมกับทัพ ซินโจวก่อกบฏ พวกเจ้าจงลงมือจับกุมหัวหน้าโจร ช่วยเราปราบกบฏ!”
ในตำหนักไท่จี๋เดิมทีก็มีทหารอยู่ไม่น้อยฮ่องเต้ตรัสว่ากำลังเสริมมาถึงแล้ว ทุกคนจึงใจชื้น
แทบจะพร้อมกับคำสั่งของเสิ่นหลาง เหล่าทหารก็กระชับหอกดาบ บุกประหัตประหาร!
ทางทัพซินโจวและนิกายสวรรค์ถึงกับเผลอคิดว่าสถานการณ์ไม่สู้ดี ล้วนตั้งท่าพร้อมสู้คล้ายลูกธนูเตรียมโผนทะยาน!
ผู้ถือดาบกระบี่พากันพุ่งเข้าฟาดฟันอย่างดุดัน
มือเกาทัณฑ์ทางด้านหลังปล่อยลูกเกาทัณฑ์ขนนกดุจสายฝน!กำลังทหารในตำหนักไท่จี๋มีน้อยนิด จะไปเทียบทัพซินโจวได้อย่างไร
นับประสาอะไรกับเรื่องที่ฝังทัพซินโจวได้เปรียบด้านพลธนู
พริบตานั้นด้านหลังเสิ่นหลางก็มีคนล้มกองระเนระนาด สีหน้าของเขาพลันปรากฏความตกตะลึงไม่อยากจะเชื่อ…
เนื่องด้วยขณะที่ตนสั่งการ เสิ่นจื่ออีผู้ยืนอยู่บนขั้นบันไดกลับหลับตา ลง ไม่ขยับเขยื้อน!
เสิ่นหลางงุนงง “เล่อหยาง เจ้ารออะไรอยู่?!”ลางสังหรณ์ร้ายผุดพราย
เขากระทืบเท้าด้วยความเดือดดาล ตวาดลั่นด่าเหล่าทหารเกราะดำ ด้านหลังเสิ่นจื่ออีที่ไม่เคลื่อนไหวดุจเดียวกัน “พวกเจ้า มีแต่สุรากับข้าว ยัดอยู่ในร่างอย่างนั้นรึ?! เราสั่งให้ปราบกบฏ!”