ยงกับที่ตั้งของห้องลับซึ่งไม่ควรมีใครรู้ ทั้งยังมีสถานการณ์ยากจะตัดสินใจอันคุ้นตาตรงหน้า หัวสมองก็ปรากฏผลการคาดเดาน่าพรั่นพรึงซึ่งเดิมทีนางเองก็ไม่อยากจะเชื่อขึ้นมาอย่างแจ่มชัด
เซียวไทเฮาตาแทบถลน
นางชี้นิ้วไปที่เขา ร่างสั่นเทิ้มเสมือนพบเห็นวิญญาณร้าย น้ำเสียง กราดเกรี้ยวคอแทบฉีก“เจ้านั่นเอง! ที่แท้ก็เป็นเจ้า!!!”
ทว่าอารมณ์ของนางตื่นตระหนกเกินไปความสนใจแทบทั้งหมดไปตกอยู่ที่เซี่ยเวย ดังนั้นจึงมองไม่เห็นว่าห่างไปไม่ถึงห้าก้าว เสิ่นหลางผู้ผมเผ้าสยาย นัยน์ตามืดมน ได้หยิบดาบที่เซี่ยเวยทิ้งไว้บนพื้นขึ้นมา
นัยน์ตาของเซี่ยเวยแฝงแววเวทนาและเหยียดหยัน
เซียวซูซึ่งอยู่ทางด้านหลังกรีดร้องด้วยความตกใจ
ดาบที่กำแน่นแทงใส่ร่างของเซียวไทเฮาอย่างสะดวกดาย จากแผ่นหลังทะลุออกทรวงอก ยามนางก้มมองก็ยังเห็นใบดาบเปือนเลือดสะท้อนสีหน้างุนงงสับสนของตนเสียด้วยซ้ำ
ขุนนางที่เมื่อครู่ติฉินนินทากันไม่หยุด พลันรู้สึกเหมือนถูกคนตบหน้าฉาดใหญ่ วาจาทั้งหลายล้วนอันตรธานสิ้น ปราศจากสรรพสำเนียง!
ตำหนักไท่จี๋เหลือเพียงเสียงคมดาบที่ค่อย ๆถูกดึงออกจากร่างมนุษย์
เซียวไทเฮาซวนเซไปสองก้าว
โลหิตบนทรวงอกแผ่นหลังไม่อาจห้าม ทะลักออกมาประดุจตาน้ำพุ ในที่สุดนางก็เหลียวกลับไปสำเร็จ กระทั่งมองเห็นภาพด้านหลัง…
ช่างเป็นใบหน้าที่คุ้นเคยอะไรเช่นนี้นางเลี้ยงดูโอรสองค์โตมาเองกับมือ สู้รบกับเหล่าสนมในวังผู้เป็นที่โปรดปรานเพื่อเขา ส่งติ้งเฟยซื่