อจื่อที่ตอนนั้นอายุยังไม่ถึงเจ็ดขวบออกไปตายแทนเขา ทั้งยังรับปากให้แต่งธิดาของนางไปยังเผ่าต๋าต๋าก็เพื่อเขา…
“หลางเอ๋อร์…”
เซียวไทเฮาแลเห็นเขายืนนิ่งถือดาบเงียบ ๆถึงกับเชื่อไม่ลงว่าเมื่อครู่เกิดเหตุอันใดขึ้น ทว่าความเจ็บปวดบนร่างก็แจ่มชัดยิ่ง เจ็บเสียจนนางไม่อาจปลอบประโลมตนเองได้ว่าเป็นแค่ฝันร้ายตื่นหนึ่ง
สองเนตรของเสิ่นหลางฉายแววเจ็บปวดชั่ววูบ แต่พริบตาเดียวก็ กลับคืนสู่สภาวะเย็นชาไร้น้ำใจเยี่ยงฮ่องเต้ ในสายตาเขา ผู้คนใต้หล้าเป็นเพียงต้นไม้ใบหญ้า!
แม้จะเป็นมารดาผู้ให้กำเนิดก็ตาม!
เขากุมดาบ พูดเสียงแข็ง “ประเทศชาติมีภัยครานี้จำต้องให้เสด็จแม่ทรงรับความอดสูเสียแล้วเพียงแต่เรื่องราวครั้งนั้นก็ไร้ความเกี่ยวข้องกับบุตรจริง ๆ เสด็จแม่ต่างหากตัดสินพระทัยเอาเองหยิบยกชีวิตของคน ตระกูลเยี่ยนมาข่มขู่ให้ติ้งเฟยซื่อจื่อที่ยังเยาว์วัยถูกจับกุมแทนเรา! เราในยามนั้นไม่รู้ความ หลายปีมานี้ยามนึกถึงก็ได้แต่นอนกระสับกระส่าย คิดถึงแต่ความผิดตน! บัดนี้ในเมื่อเขากลับมาก็สมควรแก่เวลาให้เสด็จแม่สำนึก ชดใช้!”
แม้เซี่ยเวยจะไม่ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ด้วยตนเองทว่าแค่คำพูดโต้ตอบของพวกเสิ่นหลางก็พอจะบอกเล่าเรื่องราวครานั้นไปไม่น้อย
เหล่าขุนนางล้วนคาดเดาเบื้องลึกเบื้องหลังของเรื่องเมื่อยี่สิบกว่าปี ก่อนกันได้แล้ว
ไม่เคยมีอะไรอย่างขุนนางผู้ภักดีช่วยชีวิตฮ่องเต้ทั้งนั้น เด็กน้อยติ้งเฟยซื่อจื่อมิได้สมัครใจแต่ถูกเซียวไทเฮ