ตามสนอง ไม่ว่าผู้ใดก็หนีไม่พ้น! ผู้ใดก็หนีไม่พ้น…”
เสียงนั้นชะงักหายในยามที่ดังแหลมที่สุด
เลือดอุ่น ๆ จากในลำคอไหลซึมออกทางปากนางดิ้นรนอย่างไร้ เรี่ยวแรงอยู่สองครา ก่อนตัวกระตุกอย่างสิ้นหวังแล้วตายจากไป
เสิ่นเจี้ยร่ำไห้ “เสด็จแม่ เสด็จแม่…”
แต่เขาเป็นแค่คนอ่อนแอ
ไม่มีทั้งความกล้าจะตั้งคำถามต่อเสด็จพี่ฮ่องเต้ผู้เพิ่งกระทำมาตุฆาต ไม่มีทั้งความกล้าจะลุกขึ้นล้างแค้นตัวการผู้ชั่วช้าเช่นเซี่ยเวย ทำได้เพียงคร่ำครวญกอดร่างปราศจากชีวิตของเซียวไทเฮา
ใครจะคาดคิดว่าไม่ถึงครึ่งเค่อ เสิ่นหลางก็‘เลือก’ แล้ว!
เหล่าขุนนางล้วนใจเต้นสะดุด
กระทั่งทัพนิกายสวรรค์ที่เข่นฆ่าผู้คนมาตลอดทางก็ยังไม่อาจทนดู
ว่านซิวจื่อตกตะลึงไปเนิ่นนาน ก่อนจะพลันปรบมือหัวเราะลั่น กระทั่งบาดแผลที่หน้าท้องตนยังไม่สนใจ ชี้แอ่งเลือดหน้าตำหนักไท่จี๋พลางเอ่ยอย่างตื่นเต้น “เห็นแล้วหรือยัง ไอ้พวกเชื้อพระวงศ์นี่น่ะ! นี่แหละเชื้อพระวงศ์ ที่ใช้ชีวิตอย่างสูงส่งในวังหลวง! แม้แต่เศษสวะในท้องตลาดก็ยังไม่อาจ กระทำเรื่องอำมหิตไร้ความเป็นคนเช่นนี้เลย! ราชวงศ์เรอะ ถุย เทียบไม่ได้กระทั่งกับหมูกับหมาด้วยซ้ำ! ฮ่า ๆ ๆ ๆ …”
ขณะพูดเขาก็ถ่มน้ำลายไปที
ท่าทีหยามหยันชัดเจนเกินบรรยาย
มีแค่เซี่ยเวยที่ถอนใจเบา ๆ ท่าทางคล้ายเสียดาย “ความตายง่ายดายเกินไปแล้ว…”
หลังความเงียบงันปกคลุม ก็ค่อยเกิดเสียงหารือไม่น้อย
สายตาใครต่อใครแทบจะจับบนใบหน้าเสิ่นหลาง
มือเขายัง