่อตระหนักได้แล้วว่าเซี่ยเวย มาเพื่อสังหารตนจริงๆ จึงถอยห่างอย่างไม่รู้ตัว
เขาคิดจะวิ่งหนี
แต่ถึงกระนั้นบันไดหน้าตำหนักไท่จี๋กลับดูยาวกว่าเคย ระยะทางซึ่ง ยามปกติเดินไม่กี่ก้าวก็ถึง มาบัดนี้กลับรู้สึกว่าทอดไกลจนมองไม่เห็นปลายทาง
เซี่ยเวยไม่ได้สั่งให้คนรุดตาม เพียงยื่นมือไปด้านหลัง
เตาฉินหยิบเกาทัณฑ์สะพายหลังมามอบใส่มือเขา
เซี่ยเวยมองตามร่างซึ่งวิ่งทุลักทุเลด้วยความจนตรอก มือเขารับ เกาทัณฑ์พร้อมลูก จับพาดคันศรและน้าวจนตึงสุดสาย ก่อนจะเล็งลูกเกาทัณฑ์อันมีปีกทำจากขนนกชั้นดีและส่วนหัวส่องประกายคมปลาบไป ยังแผ่นหลังของเซียวหย่วนที่อยู่ไกลออกไป ปากก็เอ่ยขึ้นว่า “วันดี ๆเช่นนี้ ไฉนไทเฮาไม่อยู่กันเล่า เจี้ยนซู พาคนไปนำตัวมา”
เกิดเสียงดัง ‘ฟึบ’ ปลายนิ้วคลายออก สายเกาทัณฑ์สะเทือนผาง!
ลูกเกาทัณฑ์พุ่งออกจากสาย!
ร่างของเซียวหย่วนซึ่งกำลังวิ่งล้มลุกคลุกคลานลงบันไดพลันกระตุก วูบ ลูกเกาทัณฑ์ดอกนั้นพุ่งตรงปักเข้ากลางหลัง ร่างนั้นโงนเงนไปมา ทว่า ก็ไม่ได้ร่วงลงกับพื้นทันที
ตามมาติด ๆ ด้วยดอกที่สอง ดอกที่สาม!
ดอกแรกเพียงปักเข้ากลางหลัง ดอกที่สองพุ่งตัดขั้วหัวใจ ดอกที่สามเจาะเข้าศีรษะ!
หัวของลูกเกาทัณฑ์อาบโลหิตโผล่ทะลุออกมาจากกลางหน้าผากเซียวหย่วนที่มีผมสีดอกเลาตามวัย บัดนี้สติสัมปชัญญะค่อย ๆ เลือนรางทีละน้อย แล้วร่องรอยความอกสั่นขวัญหายในดวงตาก็สลายตาม ครั้นสิ้นเสียง ‘ตุบ’ ทั้งร่างก็ร่วงลงพื้น เลือดสด ๆ