ณ ประตูเมืองที่เปิดกว้าง ศพซึ่งโลหิตค่อย ๆหยุดไหลของโจวอิ๋นจือล้มอยู่กลางถนนท่ามกลางหมอกควันและฝุั่นดินสีเหลืองฟุั้งตลบเสมือนเป็นการเปิดฉากของเส้นทางคลุ้งกลิ่นคาวเลือด
เยี่ยนหลินยกมือ ส่งสัญญาณให้กองทัพมุ่งหน้าเข้าเมือง
เจียงเสวี่ยหนิงเดินจากด้านนอกเข้าสู่อาณาเขตด้านในประตูเมือง ถนนหนทางคุ้นตาปรากฏต่อหน้านางอีกครั้ง ตั้งแต่ชาติที่แล้วจนมาถึงชาติปัจจุบันยังคงมีลักษณะเหมือนเดิม ต่างเพียงไม่มีร้านรวงใดเปิดทำการ ประตูเรือนบ้างก็ปิดสนิทบ้างก็ผุพังทรุดโทรม มีหรือจะยังเหลือภาพแห่งความเจริญรุ่งเรืองและความจอแจของเมืองหลวงเหมือนครั้งในอดีต
เมื่อนานมาแล้ว บนถนนทอดยาวสายนี้เยี่ยนหลินในมาดงามสง่าเคยพานางควบม้าเที่ยวชมงานเทศกาลโคมไฟ โหยวฟางอิ๋นเคยอยากดูถุงเงิน ใบเล็ก ๆ สักใบแต่กลับซุ่มซ่ามชนแผงขายของจนเทกระจาด เสินจื่ออีเคยต้องไปอภิเษกสมรสเชื่อมสัมพันธไมตรีกับชาวต๋าต๋า กองขบวนที่เหมือนจะยินดีแต่ในความเป็นจริงกลับสุดแสนโศกเศร้าเดินทางเลี้ยวลดคดเคี้ยว ออกจากเมืองเซี่ยจวีอันก็ทำตัวติดดิน เคยเดินเอามือไพล่หลังออกจาก จวนไปหาหลี่ว์เสี่ยนถึงร้านโยวหวงเพียงเพื่อสายพิณสักเส้นหรือไม้ดี ๆ ไม่ กี่ท่อน
ทุกอย่างเริ่มต้นที่นี่ แล้วก็จะสิ้นสุดที่นี่ด้วยเช่นกัน
นางเคยคิดว่าเมื่อได้ฆ่าโจวอิ๋นจือเพื่อแก้แค้นแล้วจะทำให้รู้สึกสะใจ และเป็นสุขอย่างยิ่ง
ทว่าเหมือนจะไม่เป็นแบบนั้น
ยามได้มายืนบนถนนที่ทอดยาว มองเหล่าทหาร