ซึ่งเรียงแถวกันพุ่งไปข้างหน้า ในใจของเจียงเสวี่ยหนิงกลับรู้สึกวูบโหวง คล้ายไม่รู้ว่าต่อจากนี้ตนเองต้องทำอะไร จะไปทางไหนดี
เซี่ยเวยยืนอยู่ข้างกายนาง มองดูเป็นเพื่อนแต่ไร้ซึ่งคำพูดหลุดออกมาทันใดนั้นเจียงเสวี่ยหนิงก็เอ่ยถาม “ท่านล่ะ”
เซี่ยเวยหันไปถามกลับ “เจ้าหมายถึง?”
เจียงเสวี่ยหนิงตอบ “หลังแก้แค้นได้แล้วท่านจะทำอย่างไรต่อไป”
เซี่ยเวยมองนางนิ่ง เนิ่นนานโดยปราศจากคำตอบใดจากปาก
ความตั้งใจแรงกล้ากว่ายี่สิบปีและความแค้นใหญ่หลวงที่ทำให้ชาติกำเนิดต้องพลิกผัน หากวันหนึ่งแค้นได้รับการชำระ เขาจะมีความสุขหรือเปล่าหรือว่า จะรู้สึกเช่นเดียวกับตัวนางในตอนนี้…
เจียงเสวี่ยหนิงยากจะคาดเดา
ใบไม้ที่ปลิดปลิวจากต้นช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงถูกสายลมพัดหวนจน ตกเกลื่อนกลาดตามมุมถนน เสียงฝีเท้าของกองทัพทหารดังกังวานจนได้ยินไปสุดสาย ทหารม้าเร็วที่ถูกส่งไปสืบข่าวกำลังห้อตะบึงสุดฝีเท้า อีกด้านหนึ่งหลี่ว์เสี่ยนกำลังขมวดคิ้วพูดคุยบางอย่างกับเยี่ยนหลิน ส่วนอีกฟากถนนมีหลวงจีนน้อยชุดสีน้ำเงินกำลังเร่งควบม้าเข้ามา แต่กลับถูก ทหารตามรายทางขัดขวาง เขาพยายามอธิบายบางอย่างจนกระทั่งหันมา เจอเซี่ยเวยที่ยืนอยู่อีกฝังจึงยื่นมือชี้ แววตาสว่างวาบทันใด…เซี่ยเวยชะงักครู่หนึ่งอย่างไม่แน่ใจ
เขาหันไปสั่งเตาฉินทางด้านข้าง “ให้เขาเข้ามา”
เตาฉินรับคำแล้วเดินออกไปเจรจากับทหารกลุ่มนั้น ก่อนจะพาตัว หลวงจีนกลับมา
เจียงเสวี่ยหนิงยืนมองเหตุการ