งนี้ก็เป็นปั่าปั้ายศิลาพื้นที่กว้างใหญ่
ปั้ายศิลาแต่ละปั้ายสูงหกฉื่อและมีหน้ากว้างหนึ่งฉื่อ
ด้านบนมีชื่อสลักกำกับไว้
ทว่าถัดไปอีกเล็กน้อยบ้างไม่มีแม้แต่ชื่อ
เห็นได้ชัดว่าต่างตั้งอยู่ที่นี่มานานมากแล้วบริเวณขอบหินแต่ละก้อน มีร่องรอยการกัดเซาะจากลมฝน ถึงขั้นมีฝุั่นปกคลุมไปทั่ว
เจียงเสวี่ยหนิงเดินเข้าไปด้านในอย่างเชื่องช้าแซ่จ้าว แซ่เฉียน แซ่ซุน แซ่หลี่ สารพัดแซ่ปรากฏให้เห็นตรงหน้า บางปั้ายก็มีครบทั้งชื่อและแซ่ในขณะที่บางปั้ายคล้ายไม่ได้สลักชื่อจริงเอาไว้ มีเพียงชื่อเล่นสั้น ๆ เท่านั้น ยิ่งลึกเข้าไปทางด้านหลังก็จะยิ่งพบปั้ายศิลามากมายที่ไม่มีชื่อด้วยซ้ำ…
สุสานเด็กผู้ทรงคุณธรรมสามร้อยคน
ชาติที่แล้วนางไม่เคยเห็น เพราะนั่นคล้ายจะเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวอะไร กับนางเลยสักนิด หากไม่ใช่เพราะโหยวฟางอิ๋นเล่าให้ฟังตอนถูกกักบริเวณอยู่ในตำหนักคุนหนิง เกรงว่านางก็คงยังไม่รู้เรื่องนี้ ชะตาชีวิตอันพลิกผันในช่วงท้ายของนางเมื่อชาติที่แล้ว อันที่จริงล้วนผูกติดอยู่กับอดีตนองเลือด ยี่สิบกว่าปีก่อนทั้งสิ้น
มาวันนี้ในที่สุดก็ได้เห็นกับตาตนเอง
นางเดินดูเรื่อย ๆ ไม่ได้รีบร้อน ทุกครั้งยามหยุดอยู่หน้าชื่อใดสักชื่อที่สลักไว้ นางก็จะหยุดฝีเท้ายืนนิ่งตรงนั้นชั่วครู่ ราวกับจะประทับสิ่งตรงหน้าเอาไว้ในร่องรอยความทรงจำให้ได้มากที่สุด
ทว่าขณะกำลังจะเดินไปถึงมุมทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เจียงเสวี่ยหนิงพลันหยุดชะงักไปพักใหญ่