เมืองหรู่หนิงอยู่ติดเมืองเฟิงหยาง ใกล้กับอานชิ่ง ฮุยโจว และสถานที่อื่น ๆ ที่ถูกนิกายสวรรค์ยึดครอง ยิ่งไปกว่านั้นหลายเมืองทางตะวันออกเฉียงใต้เองก็แตกพ่าย ประชาชนหวาดกลัวสงคราม ครอบครัวที่พอมีอัน จะกินเมื่อได้ยินข่าวแว่วมาก็เก็บข้าวของมุ่งหน้าหลบหนีขึ้นเหนือส่วนผู้ที่ ยังอยู่ในเมือง ถ้าไม่ใช่รู้สึกว่าเรื่องวุ่นวายบนโลกนี้ไม่มีอะไรสำคัญ หรือ เห็นว่าถ้าเป็นนิกายสวรรค์คงจะดีกว่าราชสำนัก ก็เป็นคนที่ไร้ทางไปอย่างหญิงหม้ายเด็กกำพร้า…
ยามที่ทั้งขบวนเข้าเมือง กระทั่งเงาคนยังเหลือแทบไม่มาก
จุดไฟจุดตะเกียงเดินไปตามถนน ตัวเมืองเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ถนนหนทางและประตูล้วนปิดสนิท
ว่านซิวจื่อย่อมไม่เห็นเรื่องเหล่านี้อยู่ในสายตา
สาขาย่อยหรู่หนิงก่อตั้งจากการยึดครองวัดในปีก่อนเมื่อครั้งกระโน้นและขับไล่หลวงจีนในวัดออกไป พระพุทธรูปเปลี่ยนเป็นสามมหาเทพพระไตรปิฎกกลายเป็นคัมภีร์เต๋า ทั้งยังนำหินขนาดใหญ่มาสร้างแท่น บูชาฟั้าเพื่อที่นิกายจะนำมาใช้สำหรับการชุมนุม การมอบรางวัล และการลงโทษ
เมื่อทุกคนมาถึงประตูของสำนักสาขาหัวหน้าสาขานามหลู่ไท่ก็นำ เหล่าผู้นับถือในนิกายมารอต้อนรับด้านนอก
คนผู้นี้มีผิวหน้าสีคล้ำ ร่างกายกำยำ จมูกเหยี่ยว ตากลมโต ปากและกรามใหญ่ ทั้งยังแต่งกายประหนึ่งชาวยุทธ์ รัดมือรัดเท้าแน่น กำปันใหญ่ เท่าถุงทราย คล้ายจะต่อยวัวตายได้ในหมัดเดียว
แต่อย่างไรก็ไม่ใช่ผู้ที่มีแค่กำลังไม่มีสมอง
ดวงตาซึ่งก