ัณฑิตเช่นนี้เป็นที่สุด พวกคนที่กลับดำ เป็นขาวได้!
มือที่ถือดาบสั่นเทิ้ม
“ช่างประเสริฐนัก ถ้าอย่างนั้นเหตุใดที่อยู่ของกงอี๋เซียนเซิงจึงรั่วไหล พวกไม่ได้เรื่องอย่างตระกูลเซียวมีหรือจะคิดแผนการร้ายกาจแบบนั้นได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสตรีข้างกายเจ้าตอนนี้ ครานั้นนางก็อยู่ทงโจว! ซ้ำยังมีส่วนเกี่ยวข้องสำคัญกับการตายของเหล่าพี่น้องด้วย!”
เดิมทีตอนเจียงเสวี่ยหนิงได้ยินคำว่า ‘กงอี๋เฉิง’ นางยังนึกไม่ออก แต่ครั้นได้ยินคำว่า‘ทงโจว’ ฉากนองเลือดตอนนั้นก็ท่วมท้นกลับเข้ามาใน ความคิด เย็นวาบไปทั้งวิญญาณ!
นางไม่นึกเลยว่าคนผู้นี้จะรู้จักตน!
รูม่านตาของเซี่ยเวยพลันหดรั้งอย่างเยียบเย็นถึงขีดสุด แผ่นหลัง หยัดตรงเกร็งเขม็ง เขาจ้องหลู่ไท่ “หลู่ไท่ หากท่านจะเคลือบแคลงข้าเกี่ยวกับการตายของกงอี๋เฉิงก็เป็นเรื่องไม่อาจเลี่ยง เพียงแต่การพูด ปรักปรำใส่ร้ายออกจะต่ำช้าเกินไป ถ้าท่านต้องการถกกันให้ชัดเจนเช่นนั้นวันนี้ก็ขึ้นแท่นบูชาฟั้า ดูเถิดว่าข้าคนแซ่เซี่ยจะให้คำอธิบายแก่ท่านอย่างไร!”
หลู่ไท่แค่นเสียงทันใด “ประเสริฐ!”
เขาเองก็ตรงไปตรงมา รั้งดาบที่พาดคอของเซี่ยเวยกลับในบัดดล ก่อนจะคุกเข่าข้างหนึ่งไปทางว่านซิวจื่อ คารวะแล้วบอก “เจ้านิกายทราบกระจ่าง ใช่ว่าข้าน้อยต้องการสร้างความลำบากแก่ตู้จวินซานเหริน หากแต่เป็นบุญคุณความแค้นที่เกี่ยวพันกับชีวิตนับหมื่นเมื่อคราวนั้น พี่น้องในนิกายเราจะตายเปล่าได้เช่นไร วันนี้ต่อให้ต้องพน