ันกันด้วยชีวิต ข้าน้อยก็ยังต้องการถามเขาให้ชัด ๆ ! ขอท่านเจ้านิกายโปรดอนุญาตทวงคืนความ ยุติธรรมแก่กงอี๋เซียนเซิง แก่พี่น้องที่ล่วงลับไปในการศึกที่ทงโจวด้วย!”
รอบข้างเต็มไปด้วยสายตาผู้คนจับจ้อง
นี่เป็นสิ่งที่ว่านซิวจื่ออยากเห็น เขาย่อมไม่ปฏิเสธ
ทว่าก็ยังคงแสดงท่าทีลำบากใจเล็กน้อยดังเดิม มองเซี่ยเวยแล้วจึง กล่าวว่า “เจ้าทั้งสองล้วนเป็นผู้มากความสามารถของนิกายเรา ตัวเราความจริงก็ไม่อยากเห็นพวกเจ้าขัดแย้งกันระหว่างพวกเจ้าไม่แน่อาจเป็นเพียงความเข้าใจผิดก็ได้ แต่ในเมื่อตกลงกันแล้วว่าจะตัดสินกันบนแท่นบูชาฟั้า เช่นนั้นก็เอาเถิด ให้ทุกคนได้ยินได้ฟังให้ชัดแจ้ง จำแนกถูกผิดชัดเจน!”
คำว่า ‘ขึ้นแท่นบูชาฟั้า’ ของนิกายสวรรค์หมายความว่า ‘สรรพชีวิตเท่าเทียม ตัดสินยุติธรรมไม่ผิดต่อฟั้าดิน’ เรื่องถูกผิดทั้งหลายล้วนให้ผู้ชม ด้านล่างแท่นตัดสิน ไม่ว่าฐานะใดล้วนมีอำนาจพิพากษ์
น่าเสียดายตรงหลายปีที่ผ่านมาเป็นเพียงชื่อเรียกขานโดยไม่ได้ ใช้งาน
ครั้นได้ยินว่าจะขึ้นแท่นบูชาฟั้า ทุกคนก็สุมหัวกระซิบกระซาบ
ว่านซิวจื่อในฐานะเจ้านิกายเอ่ยปากแล้วเรื่องนี้ถือว่ากำหนดแน่นอน
เซี่ยเวยเดิมก็ตั้งใจไว้แบบนั้น จึงไม่คิดคัดค้าน
ถ้าไม่รวมพวกสาวกนิกายเอาไว้ล่างแท่นบูชาฟั้า แล้วจะกวาดล้างได้อย่างไรเล่า ยิ่งสถานการณ์ปันปั่วน เจียงเสวี่ยหนิงก็จะยิ่งมีโอกาสหลบหนีท่ามกลางความวุ่นวาย หากเป็นเมื่อก่อนที่เพิ่งมาถึงสาขาก็ถูกกักขังไว้ใ