เมื่อถูกน้ำเย็นสาดใส่หน้า เจียงเสวี่ยหนิงก็ค่อย ๆ ได้สติ
โพรงจมูกและลำคอยังได้กลิ่นแสบจมูกอ่อนจาง
นางไอเล็กน้อยด้วยความรู้สึกไม่สบายตัว แต่ครั้นคิดจะยกมือปิดปาก กลับพบว่าสองมือถูกมัดไว้ไพล่หลังกับเสากลมขนาดราวหนึ่งฉื่อ เชือกค่อนข้างหยาบทั้งยังมัดแน่น ผิวที่ข้อมือเสียดสีจนเป็นแผล ทิ้งรอยแดง ลึกตื้นเอาไว้หลายรอย
น้ำที่หยดจากขนตายาวหนาของนางบดบังการมองเห็นต้องพยายามกะพริบตาถี่รัวถึงจะเริ่มคลายความพร่ามัวของภาพตรงหน้าให้ชัดเจน
นางอยู่ในเรือนอันซอมซ่อ มีแต่หน้าต่างไม้พื้นไม้ บริเวณหน้าประตู เต็มไปด้วยผู้คนตรงหน้ามีโต๊ะสูงตัวหนึ่งและโต๊ะชาตัวหนึ่ง ทั้งยังมีนักพรตเฒ่าผมขาวสวมชุดสีฟั้าเทาบนเบาะรองนั่งแพร กำลังมองนางหัวจดเท้า
นักพรตน้อยด้านข้างพอเห็นนางได้สติก็โยนกระบวยตักน้ำลงถัง ถอยกลับไปยืนก้มหน้าข้างกายผู้เฒ่า
ในที่สุดเจียงเสวี่ยหนิงก็จำได้
นับจากถูกจับตัวมาก็ผ่านไปหลายวันแล้วกลุ่มชายคลุมหน้าของฝั่ายตรงข้ามพุ่งมาจากปั่านางไม่มีเวลาแม้แต่จะร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ ก็ถูกโปะผ้าเช็ดหน้าชุบยาสลบปิดปากปิดจมูกจากด้านหลัง พริบตาเดียวก็หมดสติระหว่างทางแม้จะฟืนมาหลายครั้งก็อยู่แต่บนรถม้า ถูกคนเหล่านั้นปลุกขึ้นมาสั่งให้กินอะไรลงท้องบ้าง ทว่าก็ถูกคุมตัวแน่นหนา เมื่อกินเสร็จ ก็ถูกจัดการให้สลบอีก
นางรู้สึกแต่ตื้อ ๆ มึนงง
ทุกครั้งที่ตื่นจะรู้สึกว่าศีรษะหนักทึบวิงเวียน
ทว่าเมื่อเห็นชายชราผู้นี้ นางก็ไ