ด้สติทันที…ไม่ใช่เพียงเพราะนางไม่เคยพบเจอ
ที่สำคัญคือนางไม่ได้ตื่นมาบนรถม้า ทว่าเป็นเรือนหลังหนึ่ง ทั้งยัง ถูกมัดติดเสาไม้ อีกฝั่ายต้องการสอบสวนนางกระมัง
ผู้เฒ่าแม้จะสวมชุดนักพรต แต่ก็แตกต่างจากเซี่ยจวีอัน
ชุดคลุมนักพรตของเซี่ยจวีอันเป็นแบบที่ปราชญ์บัณฑิตทั่วไปมัก สวมใส่ ถึงจะดัดแปลงมาจากชุดคลุมนักพรตตามอารามแต่ก็ไม่ได้ปักลาย ไท่จี๋หรือปากว้า[1] ทว่าชายชราผู้นี้สวมชุดปักผังปากว้าตรงปลายแขนเสื้อ สองข้าง อีกทั้งเกล้ามวยผมบนกระหม่อม รูปร่างผอมโย่ง โหนกแก้มยกสูง เบ้าตาลึก สองตาซ่อนประกายคมปลาบ หากไม่ใช่เพราะบนใบหน้าแฝง กลิ่นอายความไม่สัตย์ซื่อ เมื่อพินิจร่วมกับหนวดเคราสีดอกเลาก็คล้ายเป็นยอดคนเหนือโลก มีท่วงท่าของเซียนวิเศษอยู่จริง ๆ
นิ้วก้อยของเขาไว้เล็บยาว
ตัวคนแม้ชราและบอบบาง ใบหน้ากลับมีริ้วรอยไม่มาก คล้ายมี เคล็ดลับวิชารักษาโฉมอยู่บ้าง
สตรีรูปงามนางหนึ่งอายุราว ๆ ยี่สิบแปดสวมชุดกระโปรงสีทับทิม ไม่ทราบตั้งใจหรือเปล่าเสื้อผ้าถึงยับยุ่ง บริเวณทรวงอกแบะกว้างเผยช่วงลำคอและไหปลาร้าข้างหนึ่ง นางคุกเข่าข้างชายชราอย่างเชื่อฟัง คอยทุบขาของเขาอย่างเบามือ
มือของผู้เฒ่าไล้ตามลำคอของนาง
แตะสัมผัสผิว วางเบา ๆ บนต้นคอก่อนจะพลิกหลังมือ เหมือนใช้ร่างของสตรีสาวนางนี้เป็นเตาอุ่น!
เจียงเสวี่ยหนิงตากระตุก
สายตาของผู้เฒ่าจับจ้องมา สีหน้าเหมือนกำลังพิจารณาด้วยความระมัดระวัง เห็นว่าแม้นางจะถูกปลุกจากฤทธิ์ย