“หลังได้รับคำสั่งจากเซียนเซิงข้าควรเดินทางไปทันที แต่ตอนกำลังจะไปก็ได้ยินลูกน้องกลับมารายงานว่า โจวอิ๋นจือไปเข้าเฝั้าองค์หญิง สนทนากันครู่หนึ่ง และเหมือนจะมอบอะไรให้ด้วย” เตาฉินคุกเข่าศีรษะแนบขั้น บันได มือที่ถือด้ามดาบเกร็งแน่นราวกับทุ่มเรี่ยวแรงข่มกลั้นบางสิ่ง ทว่าดวงตาก็ยังคงแดงฉาน เอ่ยเสียงพร่า “ครั้นบอกให้พวกเขาเฝั้าระวังเสร็จ ข้าก็ย้อนมาหาโจวอิ๋นจือ แต่พอข้าไปถึง ข้าไปถึง…”
ตอนเขาไปถึง โจวอิ๋นจือก็อยู่ในเรือนของโหยวฟางอิ๋นแล้ว กำลัง ถือดาบจับตัวไว้
โหยวฟางอิ๋นสำคัญแค่ไหน มีหรือเขาจะไม่รู้โจวอิ๋นจือมีตัวประกันทำให้อยู่ในสภาวะไร้พ่าย เตาฉินแม้มีฝีมือย่อม มิอาจนำออกมาใช้ ถึงคิดจะจัดการหลายครั้ง แต่โหยวฟางอิ๋นตกอยู่ในเงื้อมมืออีกฝั่าย เขาจึงเกรงจะไปทำร้ายนางเข้า
เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่หากขว้างมุสิกก็กลัวกระทบสิ่งอื่นเช่นนี้ เขาย่อมเหมือนถูกมัดมือมัดเท้า
อีกฝั่ายไต่เต้าเป็นรองผู้บัญชาการกององครักษ์เสื้อแพรได้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปประมือกันอึดใจเดียวเตาฉินก็แทบถูกดาบบั่นศีรษะ เคราะห์ดีล่าถอยทันจึงเป็นแค่รอยกรีดบนใบหน้า
แต่การล่าถอยนี้มอบโอกาสให้โจวอิ๋นจือ
ชั่วพริบตานั้น ความอำมหิตไม่เลือกวิธีการของคนผู้นี้ก็สำแดงเต็มที่…
ถึงกับใช้ดาบแทงทะลุหัวใจโหยวฟางอิ๋นจากด้านหลังอย่างไร้ปรานี
คมดาบซิ่วชุนเปือนโลหิตทะลวงร่างของนาง
เตาฉินหนาววูบ ทำได้เพียงพุ่งเข้าไปคว้าโหยวฟางอิ๋น รีบกดปากแผ