เชิงเทียนซึ่งเคยจุดในห้องตกลงมาดับสนิทบนพื้น มีแต่โคมไฟในสวนส่องแสงหรุบหรู่เข้ามาผ่านกระดาษหน้าต่างขาวบริสุทธิ์
เจียงเสวี่ยหนิงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเดินเข้าไปได้อย่างไร
ทั้งยังไม่รู้ว่าเป็นพลังแบบใดกันแน่ที่สุดท้ายคอยพยุงร่าง ส่งนางเข้าไปโดยไม่ล้มกลางทางเสียก่อน
บาดแผลบนใบหน้าเตาฉินมีคราบโลหิตกระทั่งบนมือยังเปือนเลือด ชุ่มโชก คล้ายเพิ่งออกแรงกดแผลให้ใครบางคนเลือดไหลหยดจากปลายนิ้วของเขา
ตอนเจียงเสวี่ยหนิงเดินผ่านเขาไป ชายหนุ่มผู้เงียบขรึมหล่อเหลาก็ คล้ายมีอาการสะอื้น “ข้ามาช้าไป…”
เจียงเสวี่ยหนิงเหมือนไม่ได้ยิน
นางเห็นเพียงธารโลหิตไหลไปตามแนวร่องอิฐบนพื้น
ห้องที่แต่เดิมเป็นระเบียบเรียบร้อย บัดนี้หีบสมุดบัญชีถูกรื้อค้นแทบ ทั้งสิ้น สมุดบัญชีหลายเล่มกับกระดาษเซวียนจื่อกระจัดกระจายเกลื่อนกลาด บุตรีอนุภรรยาแห่งจวนชิงหยวนปั๋อคนนั้นดรุณีที่ต้องกล้ำกลืนความทุกข์ระทมมามากมายคนนั้น ปัจจุบันหลับตาหายใจรวยริน พิงศีรษะอันไร้เรี่ยวแรงกับฐานตู้ชั้นวาง นวลแก้มน่าชมมองบัดนี้ไร้ซึ่งสีเลือดฝาด นิ้วมือ ปิดบาดแผลฉกรรจ์ตรงหน้าท้องที่ถูกแทงทะลุจากด้านหลังแต่โลหิตยังคง รินไหลอย่างเงียบงัน ค่อย ๆนำพาชีวิตที่เหลืออยู่ไม่มากนักของนางไปด้วย
เป็นไปได้อย่างไร
ไม่ควรจะเป็นแบบนี้สิ
เจียงเสวี่ยหนิงยังคงจดจำวันที่ตนไปร่วมงานเลี้ยงจวนชิงหยวนปั๋อ ได้ เหล่าสตรีดุร้ายวิ่งกวดมาจากอีกฟากทางเดินอย่างโกรธแค้นเดือดดาลฟางอิ