“องค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ แม่ทัพเยี่ยนกับท่านรองราชครูแจ้งว่า แม้การศึกจะสงบ แต่เมืองซินโจวเองก็อาจจะยังไม่ปลอดภัย หากมีพระประสงค์จะ เสด็จออกไปนอกจวน กระหม่อมจำต้องแจ้งให้ราชองครักษ์ติดตามไปด้วย ขอองค์หญิงโปรดประทานอภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
ทหารยามหน้าจวนคุกเข่าข้างหนึ่งต่อหน้าเสิ่นจื่ออีด้วยท่าทางตระหนกอยู่บ้าง
เสิ่นจื่ออีสองมือประสานหน้าลำตัว สายตาตกที่ร่างของอีกฝั่ายก่อน จะค่อย ๆ เคลื่อนไปทางนอกประตูเรือนแล้วถอนกลับอย่างเชื่องช้าพลัน หมดอารมณ์จะไปไหน อีกทั้งนางก็ไม่อยากสร้างความลำบากให้นายทหารด้วย จึงแย้มยิ้มบาง “ถูกของเจ้า เย็นขนาดนี้ข้างนอกไม่มีอะไรน่าดู ข้า ไม่ออกแล้ว เจ้าลุกเถอะ”
นายทหารเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ไม่กล้าลุกขึ้นยืน
เสิ่นจื่ออีลอบถอนใจ ทราบว่าหากตนไม่กลับเข้าห้อง เกรงว่าเขาก็จะยังคงคุกเข่าต่อ ดังนั้นจึงไม่พูดอะไรอีก หมุนกายเดินกลับไป
คิดไม่ถึงว่าเพิ่งมาถึงระเบียงนอกเรือน จะมีเสียงดังมาจากด้านนอก
“กระหม่อมโจวอิ๋นจือขอถวายบังคม ขอพบองค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ”เท้าของเสิ่นจื่ออีหยุดลงทันที คิ้วขมวดเพราะเหตุไม่คาดฝัน นางหัน กายกลับไปมอง พบว่าเป็นโจวอิ๋นจือจริง ๆ
อีกฝั่ายเดินเข้ามาจากภายนอก
นายทหารจะร้องห้ามเขาก็ไม่เหมาะสม
เสิ่นจื่ออีกับโจวอิ๋นจือแทบไม่เคยเกี่ยวข้องกันความสัมพันธ์เดียว น่าจะเป็นการที่บุคคลผู้นี้เดินทางมาชายแดนตามคำสั่งของเสิ่นหลางเสด็จพี่ฮ่องเต้ของนาง แต่ตอนนั้นเมื่อครั้งวิว