าห์ นางได้เห็นชัดเจนแล้วว่า ไม่ว่า จะมีตำแหน่งฐานะสูงส่งเพียงใด ในสายตาฮ่องเต้ก็เป็นเพียงเม็ดหมากที่สละได้ตลอดเวลา ทางราชสำนักเดิมทีไม่เคยสนใจความเป็นความตายของนาง โจวอิ๋นจือเพียงเคยถวายบังคมแก่นางในงานเลี้ยงคืนส่งท้ายปีเก่า เท่านั้น
ในเวลาแบบนี้ เขามาทำอะไร
นางจับจ้องฝั่ายตรงข้าม กล่าวว่า “เปินกงกับใต้เท้าโจวมิได้มีสัมพันธ์สนิทสนมกันแต่ประการใด หาคู่ควรให้ใต้เท้าโจวมาเยี่ยมเยือนด้วยตนเองไม่ มีธุระอะไรหรือ”
โจวอิ๋นจือทราบว่าองค์หญิงนางนี้ถูกราชสำนักละทิ้ง ทว่าต่อให้ถูก ละทิ้งก็ยังคงเป็นเชื้อพระวงศ์ ในช่วงเวลาพิเศษเช่นนี้มีคุณค่ากว่าปกติเสียอีกตอนขามา เขาได้รับพระราชโองการจากเสิ่นหลาง
แม้สัมผัสได้ถึงความระแวดระวังและเย็นชาที่แผ่ซ่านจากร่างของ เสิ่นจื่ออี แต่ก็ไม่ได้สนใจกลับเดินค้อมศีรษะเข้าไปใกล้ “มาตรว่ากระหม่อมจะไม่ได้ติดต่อกับพระองค์เท่าใดนักแต่ก็ได้รับมอบหมายให้มายังเมือง ซินโจว หนึ่งคือเพื่ออ่านราชโองการ สองคือเพื่อรับพระองค์เสด็จกลับ เมืองหลวง หลายวันนี้ได้ยินมาว่าองค์หญิงมีพระพลานามัยอ่อนแอ องค์ชายน้อยเองก็จำเป็นต้องได้รับการบำรุง ไม่สมควรเดินทางไกลไม่ทราบทรงมีแผนการเสด็จกลับเมืองหลวงหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
เสิ่นจื่ออีเงียบโจวอิ๋นจือกลับยิ้มน้อย ๆ “เดิมทีพระองค์ก็ทรงมีศักดิ์เป็นถึงองค์หญิงผู้สูงส่ง แน่นอนว่าประสงค์ไปยังที่ใดก็เสด็จไปที่นั่นได้ แม้บัดนี้ไม่คิดจะมีแผนกลับคืนเมืองหลว