งก็ไม่เป็นไรพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมแค่เดินทางกลับไป ทูลฮ่องเต้เป็นพอ เพียงแต่เมืองหลวงหนทางยาวไกล ทั้งฮ่องเต้ไทเฮา รวมถึงหลินจืออ๋องล้วนทรงห่วงใย ตอนกระหม่อมมาจากเมืองหลวง ระหว่างทางได้พบหลินจืออ๋อง ทรงเขียนจดหมายฉบับหนึ่งให้กระหม่อมนำมาถวายองค์หญิงด้วยตนเองโดยเฉพาะ”
เดิมทีพระองค์ก็ทรงมีศักดิ์เป็นถึงองค์หญิงผู้สูงส่ง แน่นอนว่าประสงค์ไปยังที่ใดก็เสด็จไปที่นั่นได้
เสิ่นจื่ออีรู้สึกว่าคำพูดนี้มีนัยแฝง
นางมองจดหมายที่โจวอิ๋นจือนำออกมาจากแขนเสื้อ ชั่วขณะนั้นยัง ไม่ได้ยื่นมือไปรับ
ด้วยนิสัยอันดีงามของเสิ่นเจี้ย เป็นไปได้ว่าจะเขียนจดหมายหานาง จริง ๆ
ทว่าเสิ่นหลางไม่ใช่เจ้าแผ่นดินที่ทรงเมตตาแม้แต่น้อย
หากนี่เป็นจดหมายที่เสิ่นเจี้ยรั้งเขาไว้กลางทางเพื่อฝากฝังให้ส่งต่อ โจวอิ๋นจือผู้ชาญฉลาดรู้จักแสวงหาผลประโยชน์หลีกเลี่ยงเคราะห์ร้ายต้องไม่มีทางมอบให้นางง่าย ๆ แบบนี้แน่นอน จึงเป็นไปได้ว่าจดหมายนี้ถูกคนอ่านผ่านตาไปแล้วหรือไม่ก็…
อาจไม่ได้เขียนโดยเสิ่นเจี้ยมาแต่แรก!
โจวอิ๋นจือเห็นนางไม่รับก็ไม่ชักมือกลับ ยังคงค้างอยู่ในท่าส่งมอบ
เนิ่นนานเสิ่นจื่ออีถึงค่อยยื่นมือออกไป
ในที่สุดจดหมายฉบับบางจึงถูกส่งมายังฝั่ามือ
โจวอิ๋นจือมองนางแล้วยิ้ม “ฝั่าบาทเองก็ทรงระลึกถึงพระองค์มาก หากทรงทราบว่าพระองค์ปลอดภัยดี ฝั่าบาทคงดีพระทัยยิ่ง เมื่อพระองค์เสด็จกลับถึงเมืองหลวง ฝั่าบาทย่อมเต็มพระทัยปัดกวาดธุลีชายแดนให้สิ้นจาก