พระองค์แน่นอน”
เสิ่นจื่ออีมองจดหมายโดยไม่โต้ตอบ
โจวอิ๋นจือทราบด้วยตนเองแล้วว่าซินโจวในยามนี้ไม่ต้อนรับเขาแม้แต่น้อย จึงไม่พูดอะไรมากความ ค้อมกายคารวะก่อนถอยไป
เขาออกมาจากเขตเรือน
เหล่านายทหารยังคงยืนยามอยู่สองข้างประตู
เสิ่นจื่ออียืนอยู่บนระเบียงทางเดินเนิ่นนานสายตาจ้องมองผืนนภาที่ค่อย ๆ มืดเหนือศีรษะถึงกับรู้สึกว่าความหมองเศร้าในกาลก่อนมิได้ถูกความยากเข็ญตลอดสองปีนี้ขจัดไป มันเพียงเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ ยังคง วนเวียนอยู่ในใจอย่างไม่ลบเลือนหาย
ผู้คนประดุจมีดเขียง ตัวข้านี้เป็นดั่งเนื้อปลา
ในวังก็ดี ที่ต๋าต๋าเองก็ดี กระทั่งที่จวนแม่ทัพเมืองซินโจวแห่งนี้เอง ก็ดี…
ถึงอย่างไรผู้อ่อนแอก็เป็นได้เพียงเม็ดหมาก
สถานการณ์ในเมืองซินโจวเป็นอย่างไร โจวอิ๋นจือทราบค่อนข้าง ชัดเจนแล้ว ขณะนี้เขาจึงอดถอนใจชมเชยสายตามองการณ์ไกลและศาสตร์ควบคุมใจคนของเสิ่นหลางไม่ได้ หากราชสำนักทอดทิ้งซินโจวโดยไม่แยแส วันหน้าเยี่ยนหลินต้องก่อกบฏแน่นอน ทว่าการส่งตนมาที่นี่ไม่เพียงเพื่อ ปราบกบฏ แต่ยังทำให้เสิ่นจื่ออีตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกด้วย…
ไม่ว่าจะกลับเมืองหลวงหรือไม่ ล้วนตกอยู่ในสภาพถูกกระทำ
ถ้ากลับเมืองหลวง นางย่อมต้องโดดเดี่ยว ถ้าเลือกไม่กลับเมืองหลวง อย่างไรเสียเสิ่นจื่ออีก็ยังเป็นองค์หญิง แล้วราชสำนักจะปล่อยให้นางเคลื่อนไหวอิสระโดยไม่ผูกมัดได้จริง ๆ หรือตลอดทางกลับเรือน เสิ่นจื่ออีไม่กล้าเปิดจดหมายอ่าน
นา