ยอย่างหาได้ยาก เพียงแต่นาง กินอาหารของเซี่ยจวีอันจนคอสูงไปแล้วจึงไม่รู้สึกตื่นเต้นสักเท่าใด
ทว่าพอหันหน้ามาเห็นเสิ่นจื่ออีนั่งอยู่ข้างตนอย่างปลอดภัย ก็บังเกิดความสงบอันยากจะบรรยาย
เหล่าคนที่ถูกสังหารเมื่อชาติก่อน ชาตินี้ล้วนยังอยู่ดี
นางโค้งริมฝีปากน้อย ๆ ขยับเข้าไปข้างหูเสิ่นจื่ออี ลดเสียงเบาแล้ว เอ่ยสัพยอกว่า “บะหมี่นี้ไม่เห็นจะเท่าไหร่เลย บะหมี่ที่องค์หญิงทรงให้คนเอามาส่งให้ในคืนวันเกิดหม่อมฉันอร่อยกว่าอีกเพคะ”
เสิ่นจื่ออีได้ยินก็หันหน้ามา ดวงเนตรฉายแววงุนงงบางส่วน “บะหมี่ หรือ บะหมี่อะไร”
“…”
เจียงเสวี่ยหนิงพลันตะลึงนิ้วที่ถือตะเกียบแข็งค้าง นางเงยหน้าจ้องมองเสิ่นจื่ออี ความร่าเริง บนใบหน้าจางลงอย่างเลือนราง
เสิ่นจื่ออีเห็นท่าทางของนางก็ตกใจ “หนิงหนิง?”
เจียงเสวี่ยหนิงพูดราวกับละเมอฝัน “ในคืนวันเกิดหม่อมฉันเมื่อสองปีก่อน หลังออกมาจากตำหนักหมิงเฟิง องค์หญิงไม่ได้ทรงส่งคนมาประทานบะหมี่อายุยืนให้หม่อมฉันถ้วยหนึ่งโดยเฉพาะหรอกหรือเพคะ”
เสิ่นจื่ออีหลากใจ “จะเป็นไปได้อย่างไร”
นางกล่าวต่อ “คืนนั้นเจ้ากับฟางเมี่ยวดื่มกันเก่งนัก ข้าดื่มได้ประเดี๋ยวเดียวก็เมาแล้ว เพิ่งมาตื่นเอาวันรุ่งขึ้นนี่เอง นอกจากนี้หากพ้นยามไฮ่ก็จะเรียกใช้ห้องเครื่องในวังไม่ได้แล้วด้วย ให้คนทำบะหมี่อายุยืนอะไรไม่ได้ หรอก เจ้าจำผิดแล้วกระมัง”
“…”
จำผิดแล้วกระมัง
ชั่วพริบตานั้นพลันบังเกิดความฉงนอันไพศาลในใจเจียงเสวี่ย