เจียงเสวี่ยหนิงเองก็ไม่เข้าใจว่าไยจู่ ๆ ตนถึงถูกหาว่า ‘โง่’ เสียได้
นางเงยหน้ามองเสิ่นจื่ออี
ไม่คาดฝันว่ายามนี้ร่างที่แนบชิดไหล่จะพลันโอนเอนแล้วล้มทับ เจียง เสวี่ยหนิงร้องอย่างตกใจ “องค์หญิง!”
เมื่อความตึงเครียดตลอดหลายวันคลายออกความเหนื่อยล้าจึงไหลท่วมท้น บังเกิดความเจ็บแปลบเล็กน้อยในท้องเสิ่นจื่ออีทันใด
เหงื่อเย็นผุดบนหน้าผาก
นางขมวดคิ้วแน่น เบื้องหน้าเริ่มดำมืดทีละน้อย ยังไม่ทันเอ่ยอะไรมากกว่านั้นก็สิ้นสติ
ฝูงชนรอบข้างแตกตื่นในบัดดล
กระทั่งเยี่ยนหลินยังพลิกตัวขวับลงจากม้า
เจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกว่าดวงใจหนักอึ้ง เมื่อเห็นมีรอยเลือดเล็ก ๆ แผ่ ขยายบนกระโปรงของเสิ่นจื่ออี ลางสังหรณ์อัปมงคลบางอย่างก็ถาโถมนางตะโกนอย่างตระหนก “ท่านหมอ…เร็ว…เชิญท่านหมอมา!”*****
เดิมทีเสิ่นจื่ออีกำลังตั้งครรภ์ ทว่าฐานะองค์หญิงแห่งต้าเฉียนส่งผลให้พานพบอุปสรรคทุกย่างก้าวระหว่างพำนักอยู่ต๋าต๋า มีเพียงตัวนางเท่านั้นที่ รู้ว่าอดกลั้นความทรมานไว้ปานใดมิหนำซ้ำหลังเกิดสงคราม เหยียนต๋า ผู้เป็นอ๋องแห่งต๋าต๋าก็บีบคั้นนางอย่างหนัก ทางหนึ่งคำนึงถึงบ้านเกิด เมืองนอน อีกทางก็กังวลเรื่องสงคราม ห้วงความคิดตึงเครียดใกล้ถึงขีดสุด พอมาถึงด่านเยี่ยนเหมินและได้พบสหายเก่าจึงยิ่งอารมณ์ผันผวนรุนแรง แล้วมีหรือจะไม่เกิดเรื่อง
การหมดสติครั้งนี้เป็นสัญญาณการคลอดก่อนกำหนดเยี่ยนหลินแทบจะบัญชาให้ทั้งกองทัพไปตามหาหมอตำแยมาทำคลอด
ทว่าเดิมท