เจียงเสวี่ยหนิงคิดไม่ถึงว่าเซี่ยเวยกำลังคอย
นางอุ้มกล่องใบนั้นเดินออกจากประตูจวนพอเห็นรถม้ากับเจี้ยนซูยืนข้าง ๆ รอนางอยู่ก็แทบรู้สึกเหมือนความทรงจำหวนไปเมื่อสองปีก่อน ไม่มีผิด
กระทั่งแหวกม่านรถเข้าไปเห็นเซี่ยเวยก็ยิ่งใจลอยกว่าเก่า
เขากำลังก้มหน้าจัดรอยพับบนแขนเสื้ออย่างเชื่องช้า ครั้นนางเข้ามา ก็เงยมองผาดหนึ่งแล้วกล่าวว่า “ไปเถอะ”
สีหน้าเฉยชาประหนึ่งไม่ได้รอนางมาเนิ่นนาน
หางคิ้วและดวงตาปรากฏความอ่อนล้าบางเบาเลือนราง ใช่ว่าตัวเขา ไม่ได้เหนื่อยล้าอะไรมาก เพียงแต่ชินชาจนกระทั่งตัวเองยังรู้สึกว่าไม่เป็นไร ผู้อื่นเลยพลอยไม่รู้สึกไปด้วย
นอกจากคืนที่เขามานั่งข้างเตียงซึ่งไม่รู้ว่าจริงหรือฝัน ช่วงศึกสงครามเจียงเสวี่ยหนิงก็แทบไม่ได้พบเขาอีกเลย
แนวรบด้านหน้าบุกตะลุยอย่างรวดเร็ว หากแนวหลังตามไม่ทันจะเสียความต่อเนื่อง
หลี่ว์เสี่ยนร้ายกาจก็ส่วนร้ายกาจ ทว่าสิ่งที่เขาจัดการมีแค่ ‘เงินทอง กับเสบียง’ ทั้งยังไร้ยศตำแหน่ง และไม่กล้าพูดได้ว่ามีวิสัยทัศน์กับอำนาจ พอจะดูแลเรื่องแนวหลังได้สมบูรณ์แบบเซี่ยเวยจึงต้องไปกำกับดูแลมัน ทุกที่ กล่าวได้ว่าเบื้องหลังแนวรบยุ่งวุ่นวายกว่าแนวหน้าเสียอีก
เจียงเสวี่ยหนิงเอ่ย “คารวะเซียนเซิง” เสียงค่อย แล้วนั่งลงเงียบ ๆ ตรงข้ามเซี่ยเวย
ยังอุ้มกล่องใบนั้นไม่ยอมปล่อย
เซี่ยเวยช้อนตามอง “ไปต้อนรับองค์หญิงเสด็จกลับครานี้เสร็จ เจ้า ก็คงบรรลุความปรารถนาแล้ว พอออกจากด่านชายแดนเจ