ินโจวก็แทบจะมอบใส่มือเซี่ยเวยหมดแล้วมิหนำซ้ำ ตอนนี้ภายในเมืองก็มีคนฉลาดเป็นโขยง นางรู้สึกว่าตนช่วยอะไรได้ไม่มาก แค่ไม่เพิ่มปัญหาก็ดีเพียงไรแล้ว
ดูทุกคนวุ่นวายกันได้สักระยะจึงกลับ
ส่วนเซี่ยเวยรั้งอยู่นอกกำแพงอีกพักใหญ่ รอจนเยี่ยนหลินออกมาจากค่ายทหาร ร่วมกันจัดการขั้นตอนต่าง ๆ เกี่ยวกับเสบียงที่ตามมารวมถึงให้คนของหลี่ว์เสี่ยนรับเอาบัญชีในกองทัพไปดูแลต่อเรียบร้อยจึงค่อยกลับจวนแม่ทัพ
ตกดึกก็จัดงานเลี้ยงต้อนรับอันเรียบง่าย
ระหว่างงานเลี้ยง หลี่ว์เสี่ยนพิจารณาสถานการณ์ทางด่านชายแดน อย่างเยือกเย็นพลางดื่มไปหลายจอก หลังเสร็จสิ้นก็ออกจากห้องโถงมากับเซี่ยเวย อดส่ายหน้าทอดถอนใจไม่ได้ “สำหรับคนฉลาดแล้วนับว่าไม่มี ถ้อยคำเรื่อยเปือยใดไร้ประโยชน์จริงแท้ แม้แต่หมากไม่ดียังถูกเจ้าจับเดิน จนเกิดแผนรัดกุมเป็นทอด ๆสุดท้ายแล้วข้าคนแซ่หลี่ว์เองต่างหากที่สายตาไม่กว้างไกล ไพล่คิดไปว่าเจ้าหลงสตรีจนโงหัวไม่ขึ้นไม่นึกเลยว่าฟันเฟือน ก็ส่วนฟันเฟือน ปั่วยก็ส่วนปั่วย แต่ไม่ทำให้ภาพรวมผิดพลาดเลยด้วยซ้ำ”
เซี่ยเวยถาม “เจ้าพูดเหลวไหลอะไรอีก”
หลี่ว์เสี่ยนพ่นเสียงขึ้นจมูกโดยไม่อธิบาย
เขาพูดจากำกวม แต่ไม่เชื่อหรอกว่าเซี่ยเวยจะฟังไม่ออก
การเดินทางไกลโพ้นเป็นพันลี้มาด่านชายแดนเพื่อช่วยองค์หญิงใหญ่เล่อหยางเสิ่นจื่ออีจอมน่ารำคาญอะไรนั่น เดิมทีนับเป็นหมากที่ไม่ดีแทบ หาประโยชน์อะไรไม่ได้
หลี่ว์เสี่ยนแน่ใจว่า…
หากโลกนี้ไม่