ึกว่าวันนี้ เซียนเซิงจะทำอาหาร เจ้ารอประเดี๋ยวนะ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
เจี้ยนซู “…”
ท่านช่างเป็นคนไม่คิดเล็กคิดน้อยเสียจริง
เจี้ยนซูขานว่า “ขอรับ” แล้วยืนด้านนอก รอจนนางจัดการตนเอง เสร็จถึงพาเดินทะลุลานเรือนมาหน้าเรือนของเซี่ยเวย
ใต้ชายคาอิฐสีเทาดำปลูกพืชพรรณเขียวชอุ่มตลอดปี
ตัวเรือนเองก็ปกติสามัญ
เพียงแต่มีคนแวะเวียนมาน้อยจึงเงียบสงบเป็นพิเศษ อาจเพราะเป็น เรือนที่เยี่ยนหลินตั้งใจเลือกให้เซี่ยเวยโดยเฉพาะ
บัดนี้โต๊ะเตี้ยบนเตียงเตาริมหน้าต่างจัดวางอาหารไว้หลายจาน
เซี่ยเวยนั่งทางซ้าย จอกสุราอยู่ข้างมือ
ได้ยินเสียงฝีเท้าจากด้านนอก เสียงทักทายของเจียงเสวี่ยหนิงดังลอดเข้ามาก่อนตัว “เซียนเซิง ศิษย์มาคารวะท่านแล้วเจ้าค่ะ!”
เจียงเสวี่ยหนิงเกาะอยู่ตรงประตู เมียงมองเข้ามาก่อนเป็นอันดับแรกเห็นเซี่ยเวยนั่งอยู่ตรงนั้นตามคาด
ไม่ต่างอะไรกับตอนนางและเขาพบปะกันเงียบ ๆ ในครัวที่เมือง จี่หนาน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าอาหารอร่อย ๆ ทั้งหลายจัดวางไว้แล้วบนโต๊ะ ไม่จำเป็นต้องให้นางมาทำงานจิปาถะหรือคอยคุมไฟด้วยซ้ำ ความปีติแทบจะผุดจากดวงตาของเจียงเสวี่ยหนิง
แววตาเซี่ยเวยสงบนิ่งดุจเมฆจางลมพัดลอยช้อนตามองนางแล้วยิ้ม บอก “เข้ามาสิ”
เจียงเสวี่ยหนิงเข้ามาโดยไม่อิดออด
ไม่ใช่แค่เข้ามาเฉย ๆ แต่ยังนั่งลงฝังตรงข้ามเซี่ยเวยอย่างรู้ดี หยิบ ตะเกียบงาช้างที่วางไว้ทางขวามือบนโต๊ะ ก้มหน้ามองอาหารบนโต๊ะสีหน้าเปียมสุข
มีตั้งห้าหกอย่