าง
พิราบอบตัวเล็กมันวาวสีแดงเข้ม เต้าหู้หยกขาวนุ่มนิ่มฉ่ำน้ำ น้ำแกง เห็ดหูหนูขาวใส่ไก่เส้นสีสด ลิ้นเป็ดร้อยบุปผาแต่ละชิ้นล้วนประณีต ที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าคือตรงกลางตั้งเนื้อแกะจานหนึ่งไม่รู้ว่าชโลมเครื่องปรุงรสอะไร ผิวนอกแต่ละชิ้นจึงมันวาวคล้ายชุ่มน้ำมัน ข้างกันยังมีหอมแดงซอย เป็นแว่นจำนวนหนึ่งด้วย
แค่กลิ่นโชยมาก็น้ำลายสออย่างห้ามไม่อยู่
เจียงเสวี่ยหนิงก็เกือบจะยื่นตะเกียบแล้ว ทว่าพอเงยหน้าเห็นเซี่ยเวย นั่งดื่มสุราอยู่ฝังตรงข้ามก็ชะงัก เพ่งพินิจของตรงหน้าเขาครู่หนึ่งแล้วหันมองตะเกียบตัวเอง ถามอย่างงุนงงว่า “ทำไมฝังเซียนเซิงไม่มีตะเกียบล่ะเจ้าคะ”
เซี่ยเวยมองนาง “ข้าอิ่มตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว”
เจียงเสวี่ยหนิงเข้าใจว่านี่หมายความว่า ‘ไม่หิว’ จึงชูตะเกียบหมุน เป็นวง ถามหยั่งเชิง “ถ้าอย่างนั้นทั้งหมดนี้ทำให้ข้าหรือเจ้าคะ”
เซี่ยเวยจิบสุราอึกหนึ่งยิ้ม ๆ “ก็เจ้าเป็นศิษย์ของข้านี่”
ไม่รู้เหตุใดเจียงเสวี่ยหนิงถึงหนาวสันหลังวาบ
ทว่าอาหารเลิศรสวางอยู่ตรงหน้า อันที่จริงท่าทางเช่นนี้ของเซี่ยเวยก็ไม่ได้ต่างจากยามปกติเลย อีกทั้งระยะนี้เขาก็ทำดีกับนาง ความระแวดระวังที่เคยมีต่อคนผู้นี้จึงหายสิ้น เวลานี้จึงยิ่งไม่คิดมาก
นางใช้ตะเกียบคีบเนื้อแกะเข้าปากอย่างอารมณ์ดี
เนื้ออ่อนนุ่มแสนโอชะดังคาดเพียงแต่…
รสชาติเปรี้ยวไปหน่อยหรือเปล่านะ
เจียงเสวี่ยหนิงลิ้มรสแล้วก็นึกว่าเป็นเพราะเครื่องปรุงรสที่ใช้ทาค่อนข้างพิ