กว่าเขาเป็นเทพเซียนนักปราชญ์จิตใจงาม
รสชาตินั้นยากจะบรรยาย เจียงเสวี่ยหนิงแทบลมจับ
ไหนเลยจะมีแรงตอบเซี่ยเวย นางหาน้ำชาไปทั่วห้องก็ไม่เจอปั้านชา เลยสักปั้าน นางไออย่างรุนแรงแล้วจับกรอบประตูวิ่งออกไปข้างนอก
เซี่ยเวยมองโดยไม่ห้าม
เตาฉินและเจี้ยนซูต่างอยู่ในลานเรือนทั้งสองล้วนได้ยินเสียงพลิกกล่องคว่ำตู้จากในเรือน
พอเห็นเจียงเสวี่ยหนิงออกมาด้วยสภาพราวกับถูกวางยาพิษก็พากันสะท้านใจ
เจียงเสวี่ยหนิงค่อนข้างสนิทกับเจี้ยนซู นางเสียงแหบแห้งเพราะไอ หลายครั้ง เวลานี้ยิ่งกลัวว่าคนแซ่เซี่ยผู้จิตใจคับแคบยิ่งกว่าเข็มในเรือนจะได้ยิน คว้าเจี้ยนซูหมับแล้วกระซิบว่า “เร็ว รีบเอาน้ำมา!”
ขณะพูดนางก็เริ่มคลื่นไส้
เจี้ยนซูหนังตากระตุก ไม่กล้าให้นางคว้าตัวไว้นานเกินจึงรีบไปยกน้ำ มาให้
เป็นถ้วยชาขนาดใหญ่
ครั้นเจียงเสวี่ยหนิงรับมาก็กรอกลงปากเกินครึ่งถ้วยถึงรู้สึกดีขึ้นบ้าง ทว่ารสชาติเปรี้ยว ๆและเผ็ดร้อนยังค้างอยู่ในลำคอไม่น้อย ทำอย่างไรก็ ไม่หาย!
คนแซ่เซี่ยอยากตายใช่หรือไม่!
เจี้ยนซูพิจารณาสีหน้านาง กล่าวเบา ๆ ทั้งที่หนังตากระตุก “เซียนเซิงอารมณ์ไม่ดี ก็มีบ้างที่จะทำอาหารไม่อร่อยน่ะขอรับ”เจียงเสวี่ยหนิงแทบม้วยด้วยความเดือดดาล
นั่นน่ะใช่สิ่งที่บรรยายด้วยคำว่าไม่อร่อยได้หรือ
นี่มันเอาสุราฤทธิ์แรงอย่างยิ่งมาผสมน้ำส้มสายชูทั้งถ้วยเลยชัด ๆ ! ดื่มแล้วชะตาขาดไปครึ่งหนึ่งกันพอดี!
นางเงยหน้าดื่มน้ำชาที่เหลืออีกครึ่งหนึ่