นมือ ก่อนถามว่า “เหตุใดเจ้าถึงชอบจางเจอ เขาไม่รู้อะไรสักสิ่ง มีเพียงข้าที่เข้าใจเจ้า”
กระแสเสียงแหบพร่าประดุจเกสรดอกหญ้าปลิวตามลมในฤดูวสันต์
ทว่ายามเสียงนั้นกระทบโสตกลับทำให้เจียงเสวี่ยหนิงตัวสั่นเทา
นางตระหนักในท้ายที่สุดว่าภายใต้ผิวหนังของนักปราชญ์มีความเสื่อมทรามและมืดมิดซุกซ่อนลึกล้ำไม่รู้ตั้งกี่ปี เป็นความอดกลั้นเหมือน ผู้ถูกคุมขังและความหัวรั้นเหมือนคนที่มีสภาวะทางจิตไม่ปกติ…
เซี่ยเวยทาบทับร่างนางจนชิดติดผนังถ้ำอันกลายเป็นแผ่นน้ำแข็ง เย็นเฉียบ
ริมฝีปากอุ่นร้อนประทับลงข้างใบหูระเรื่อยลงมาตามซอกคอ
ฝั่ามืออีกข้างของเขาแนบก้านคอระหง กอบกุมลำคอแสนบอบบาง “เจ้ารู้หรือไม่ว่าตอนนี้ข้าอยากทำอะไรที่สุด”
เจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกถึงบางสิ่งที่ร้อนวูบตกสู่ช่องคอแล้วไหลลงไป
นางตัวสั่นเทิ้มเซี่ยเวยกลับกล่าวราวกับละเมอชิดริมหู “ข้าอยากฆ่าเจ้า”
ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่าหัวใจของตนเป็นดั่งกำแพงเมืองที่ชุบทองคำ
เขาค่อย ๆ กำหมัดแน่น ไม่ได้เหลียวมองท่าทีของนาง น้ำเสียง เย็นชาลึกล้ำเจือความสิ้นหวังทั้งยังแฝงการสะกดจิตกล่อม ทว่าไม่รู้กำลังสะกดจิตนางหรือตนเองกันแน่ “เจียงเสวี่ยหนิง จงอยู่ที่นี่และตายไป พร้อมกันกับข้า ดีหรือไม่”
เจียงเสวี่ยหนิงปิดเปลือกตาลงช้า ๆ
ขณะนี้ นางรู้สึกว่าคนที่ทำให้ตนหวาดกลัวมาครึ่งชีวิตช่างน่ารังเกียจ น่าขยะแขยง กระทั่งน่าสมเพชนัก!
นางอยากตบเขาให้ได้สติสักฉาด
ทว่าน้ำตากลับร่วงริน
อา