นี้ไว้แน่น!
เดิมทีเจียงเสวี่ยหนิงแค่จะตรวจชีพจร เนื่องด้วยเห็นเขาสติเลื่อนลอยจนไม่อาจแยกแยะกลางวันกลางคืน ไหนเลยจะคาดถึงความเปลี่ยนแปลง เช่นนี้ หัวใจแทบหยุดเต้นก่อนร้องอุทาน “ท่านฟืนแล้วหรือ”
เขาจับแรงเกินไปจนนางเจ็บ นางจึงดิ้นขัดขืนเล็กน้อย
ทว่าเขากลับยิ่งคว้าแน่น “เจ้าจะไปไหน”เสียงแหบพร่าทุ้มต่ำชวนให้คนฟังใจสั่น
ขณะนี้เป็นยามดึก
แม้พวกเขาจะประหยัดฟืนที่เก็บมา ทว่าตอนนี้ก็เหลือไม่กี่ท่อน
กองไฟมืดสลัวอย่างที่สุด
ถึงขั้นส่องโครงหน้าของทั้งคู่ไม่ค่อยชัด
กลุ่มก้อนความรู้สึกไม่ปลอดภัยแล่นจากก้นบึ้งหัวใจเจียงเสวี่ยหนิง อีกครา นางรู้สึกได้ถึงสายตาที่จับจ้องแน่วนิ่ง ทว่ายังคงกล่าวอย่างสงบ“ไม่ไปไหนทั้งนั้น ข้าจะอยู่ตรงนี้”
เซี่ยเวยกล่าว “เจ้ามันจอมหลอกลวง โกหกจนเป็นนิสัย”
เขาสอดประสานนิ้วมือทั้งห้าเข้ากับนางบังคับให้มือทั้งสองจับกัน แน่น ส่วนลึกของนัยน์ตาอันสงบนิ่งราวห้วงสมุทรลึกแฝงความบ้าคลั่งที่มี มานานอย่างเลือนราง เขาเชยคางนางแล้วบดขยี้จูบลงโทษ
จุมพิตแฝงรสโลหิต
เขาขบกัดริมฝีปากนางแล้วกวาดลิ้มรสเลือดหวานล้ำ ดุนบังคับลิ้นนางให้ปลดปล่อยอารมณ์อย่างหมดเปลือก ทำเอานางขาดอากาศแทบสำลัก
เจียงเสวี่ยหนิงตกใจการกระทำของเขาจนตัวแข็งทื่อ
ทรวงอกกระเพื่อมขึ้นลงในความมืด เขาทับตัวนางจากด้านบนแล้ว ก้มมอง
นิ้วหัวแม่มือของเซี่ยเวยปาดริมฝีปากที่ได้แผลของนางแรง ๆ จวบจนเห็นความเจ็บปวดในแววตานางจึงค่อย ๆ ผ่อ